น่าทึ่งมากๆ รอยนูนและรอยแผลเป็น รักษาหายได้ด้วยวิธีธรรมชาติแบบนี้

วิธีกำจัดรอยแผลเป็นแบบธรรมชาติ

รอยแผลเป็นบนร่างกายของเราจะมีสีที่เข้มสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน หลายคนไม่ชอบและอายที่จะมีพวกมัน ตอนนี้คุณไม่ต้องกังวลอีกต่อไป

คุณสามารถแก้ปัญหานี้ได้ด้วยธรรมชาติสำหรับการลบรอยแผลเป็นที่คุณสามารถทำได้ด้วยตัวคุณเอง คุณต้องอดทนและอย่าลังเลที่จะลองรักษาด้วยวิธีธรรมชาตินี้และมันยังช่วยประหยัดเงินให้กับคุณอีกด้วย!

หากคุณเริ่มเป็นแผลเป็นใหม่ๆ มันเป็นเวลาที่ดีที่สุดที่จะเริ่มต้นการรักษาให้หายได้อย่างรวดเร็ว และคุณต้องมั่นใจว่าแผลของคุณไม่แห้งจนเกินไปหรือยังเป็นแผลสดๆ สำหรับรักษาด้วยสูตรนี้

ไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์และเบคกิ้งโซดา

ส่วนผสมนี้เมื่อผสมแล้วจะมีเสียงดังแฉ่ คุณไม่ต้องตกใจมันไม่เป็นอันตรายต่อผิวหนังของคุณแต่มันกลับดี เพราะเบคกิ้งโซดาที่เข้าไปในเลือดนี้จะไปสร้างความสมดุลค่า pH ที่ดีในระดับเซลล์

เพียงทาส่วนผสมในบริเวณที่เป็นปัญหาเพียง 10 นาที จากนั้นล้างออกด้วยสบู่อ่อนๆ มันจะทำงานเป็นครีมฆ่าเชื้อที่ดีและยังมีราคาถูกอีกด้วย

มะนาวและฝรั่งมีสารสกัดจากวิตามินซี

วิธีนี้สามารถใช้ทำความสะอาดบ้านเรือนและวัสดุต่างๆ ได้เป็นอย่างดีและยังช่วยกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ตามผิวและผมได้อีกเช่นกัน วิตามินซีมีอยู่ในมะนาวสูงมาก นอกจากนี้ยังมีอยู่ในพริกหวานสีแดง, เบอร์รี่, กีวี, ผักใบเขียวและฝรั่ง

เมื่อนำส่วนผสมเหล่านี้มารวมเข้าด้วยกันจะยิ่งเพิ่มระดับความเข้มข้นของวิตามินซีให้สูงยิ่งขึ้น มันสามารถใช้เป็นยาสำหรับทาบริเวณที่เป็นปัญหาจะช่วยเพิ่มระดับคอลลาเจนให้มากขึ้นและยังช่วยต่อสู้สิวได้อีกเช่นกัน

น้ำมันจากแครอท

คุณอาจไม่เคยคิดว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ดีมากและแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว น้ำมันจากพืชผักชนิดนี้ดีสำหรับรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวและรอยแผลเป็นจากบาดแผลอื่นๆ น้ำมันของแครอทเป็นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ยอดเยี่ยมมาก มันมีสารต้านอนุมูลอิสระและสามารถต่อสู้กับโรคมะเร็ง

และยังทำหน้าที่เป็นยาขับปัสสาวะได้เป็นอย่างดี คุณสามารถกินหรือใช้ทาเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ เช่น บาดแผล กรดในกระเพาะอาหาร และช่วยปรับปรุงการย่อยอาหาร เพียงแค่หยดน้ำมันลงไปและนวดน้ำมันให้ทั่วบริเวณผิวประมาณ 5-10 นาที วันละสองครั้งทุกวัน

น้ำมันจากต้นชา

น้ำมันชนิดนี้เป็นที่นิยมมากเพราะมันมีกลิ่นหอมที่อ่อนโยน และเหมาะมากสำหรับหญิงตั้งครรภ์ มันช่วยยับยั่งรอยแตกลายบนท้องและหยุดกระบวนการผลิตเม็ดสีที่มากเกินไป มันถูกนำมาใช้ในหลายวิธีสำหรับการรักษา

และยังช่วยหยุดอาการปวดต่างๆ ได้ แม้กระทั่งช่วยทำความสะอาดผิวที่อ่อนโยนในช่องปาก เพื่อใช้เป็นน้ำยาบ้วนปากได้อีกเช่นกัน หยดน้ำมันเพียงเล็กน้อยและนวดบนรอยแผลเป็นให้ทั่ว ทำเช่นนี้วันละ 2 ครั้งทุกวัน 

น้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ (ACV)

มันเป็นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่ดีมากและยังสามารถช่วยดูแลช่องปากและเป็นประโยชน์มากสำหรับผู้ที่เป็นโรคกระเพาะและบาดแผลทั่วๆ ไปเพื่อใช้ในการทำความสะอาดแผล และเมื่อนำน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์มาผสมกับน้ำสามารถใช้เป็นน้ำยาบ้วนปากที่มีประสิทธิภาพมาก

นอกจากนี้คุณยังนำน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์มาทำเป็นลูกประคบ และใช้ประคบบริเวณผิวที่มีปัญหาคุณอาจหยดน้ำมันหอมระเหยลงไปสักเล็กน้อยและนวดเบาๆ บนแผลเป็นของคุณมันจะช่วยป้องกันการติดเชื้อและทำให้ผิวสะอาดและชุ่มชื่น

ว่านหางจระเข้

มีหลักฐานมากมายยืนยันว่าพืชชนิดนี้สามารถบรรเทาการเผาไหม้และเพิ่มวิตามินอีและคอลลาเจนให้กับผิวของคุณ มันช่วยลดการอักเสบและยังกำจัดแบคทีเรียได้อีกเช่นกัน

วิธีการดูแลแผลเป็น

ถ้าหากคุณรู้วิธีการจัดการดูแลแผลเป็นอย่างถูกต้อง คุณก็จะสามารถลดรอยแผลเป็นที่เกิดขึ้นกับตัวเองให้น้อยลงได้อย่างไม่ยาก ด้วยวิธีแนะนำ ดังต่อไปนี้

1. ให้แผลหายใจให้มากที่สุดท่าที่จะเป็นไปได้ พยายามอย่าพอกผิวที่เกิดบาดแผลด้วยครีมน้ำมัน หรือวิตามินอีแบบผง เพราะสารเหล่านี้สามารถก่อให้เกิดการอุดตันที่เป็นอุปสรรคอย่างมากในกระบวนการรักษาตัวเองของเนื้อเยื่อตามธรรมชาติ

2. อย่าแช่ผิวบริเวณที่บาดเจ็บในน้ำ หรือปล่อยให้แผลเปียกเป็นระยะเวลานาน เนื่องจากทำให้ประสิทธิภาพในการตกสะเก็ดลดน้อยลง อีกทั้งยังเป็นการบั่นทอนความรวดเร็วในการก่อตัวของผิวหนังชั้นใหม่ใต้สะเก็ดแผลให้ช้าลงอีกด้วย

3. ทำความสะอาดแผลด้วยน้ำยาทำความสะอาดที่อ่อนโยน ไม่สะอาดมากจนเกินไป และไม่ขัดมัน

4. หลังทำความสะอาดแผล คลุมพื้นที่บาดแผลด้วยผ้าพันแผลที่อากาศสามารถไหลเวียนผ่านได้อย่างสะดวก

5. หลังจากเกิดบาดแผลได้สองวัน ใช้เจลครีมบำรุงผิวที่มีเนื้อน้ำหนักเบา หรือเซรั่มที่อุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ที่มีคุณสมบัติยอดเยี่ยมในการช่วยกระตุ้นการรักษาผิวทาลงไปยังผิวบริเวณที่บาดเจ็บเบาๆ หรืออาจจะทาเพื่อบรรเทาอาการคันที่เกิดขึ้นกับแผล แต่ห้ามเกาโดยตรงที่บาดแผลอย่างเด็ดขาด

6. หลีกเลี่ยงการให้แผลสัมผัสกับแสงแดด เพื่อป้องกันไม่ให้บาดแผลถูกทำร้ายมากขึ้น

7. เปลี่ยนผ้าพันแผลในเวลากลางคืน และห้ามปล่อยให้ผ้าพันแผลเปียกชื้นเด็ดขาด

8. ห้ามแกะสะเก็ดแผลอย่างเด็ดขาด ควรปล่อยให้มันหลุดลอกตัวไปเองตามธรรมชาติ เพราะการแกะสะเก็ดอาจจะทำให้ผิวเกิดบาดแผลลึกมากขึ้นกว่าเดิม

รอยแผลเป็น แม้ว่าคุณจะปฎิบัติตัวตามวิธีการดูแลแผลเป็นที่ได้แนะนำไปแล้วในตอนต้น แต่โอกาสของผิวที่ถูกทำร้ายเสียหายจากปัจจัยอื่นๆ ก็อาจทำให้เกิดปัญหาแผลเป็นขึ้นได้อยู่ดี

[pp]

แหล่งที่มา: rak-sukapap

Leave a Reply

Your email address will not be published.