“ต้นหญ้างวงช้าง” มีดีกว่าที่คิด ไม่ใช่แค่แก้ร้อนในกระหายน้ำ แต่ยังรักษาอาการเหล่านี้ได้อีกด้วย!

หญ้างวงช้าง

หญ้างวงช้าง ชื่อสามัญ Alacransillo, Eye bright, Indian Heliotrope, Indian Turnsole, Turnsole

หญ้างวงช้าง ชื่อวิทยาศาสตร์ Heliotropium indicum L. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Heliophytum indicum (L.) DC., Tiaridium indicum (L.) Lehm.) จัดอยู่ในวงศ์หญ้างวงช้าง (BORAGINACEAE)

สมุนไพรหญ้างวงช้าง มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ผักแพวขาว (กาญจนบุรี), หวายงวงช้าง (ศรีราชา), หญ้างวงช้างน้อย (ภาคเหนือ), หญ้างวงช้าง (ไทย), กุนอกาโม (มลายู-ปัตตานี), ชื้อเจาะ(ม้ง), ไต่บ๋วยเอี้ยว เฉี่ยผี่เช่า (จีนแต้จิ๋ว), เงียวบ๋วยเช่า ต้าเหว่ยเอี๋ยว เซี่ยงปี๊่เฉ่า (จีนกลาง) เป็นต้น

ลักษณะของหญ้างวงช้าง

ต้นหญ้างวงช้าง

จัดเป็นพรรณไม้ล้มลุก มีอายุเพียงฤดูกาลเดียว เกิดในช่วงฤดูฝน ถึงหน้าแล้งก็ตาย มีความสูงของต้นประมาณ 15-60 เซนติเมตร ลำต้นแตกกิ่งก้านมาก มีขนหยาบปกคลุมตลอดทั้งต้น ขยายพันธุ์ด้วยการใช้เมล็ด

จัดเป็นพรรณไม้กลางแจ้งที่มักได้ทั่วไปในที่ที่มีความชื้น เจริญเติบโตได้ดีในดินทุกประเภท มักพบได้ตามพื้นที่ชื้นแฉะ เช่น ตามริมแม่น้ำ ลำคลอง ทางน้ำ ท้องนา แหล่งน้ำต่าง ๆ หรือตามที่รกร้างตามวัดวาอารามทั่วไป และมีบ้างที่ปลูกไว้เก็บมาขายเป็นยาสดตามสวนยาจีนต่าง ๆ

ต้นหญ้างวงช้าง

ใบหญ้างวงช้าง

ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับหรือออกเกือบตรงข้ามกัน ลักษณะของใบเป็นรูปไข่ รูปกลมรี หรือป้อม ปลายใบแหลมสั้น กลางใบกว้างออก โคนใบมนรีหรือเรียวต่อลงมาถึงก้านใบ

ส่วนขอบใบหยักเป็นคลื่นเล็กน้อยหรือเรียบเป็นคลื่นเล็กน้อย ใบมีขนาดกว้างประมาณ 2-5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 3-8 เซนติเมตร แผ่นใบเป็นสีเขียวเข้ม ผิวใบหยาบ มีรอยย่น และขรุขระ หลังใบและท้องใบมีขนเล็กน้อย มีก้านใบยาวประมาณ 3-7 เซนติเมตร

ใบหญ้างวงช้าง

ดอกหญ้างวงช้าง

ออกดอกเป็นช่อ โดยจะออกที่บริเวณปลายยอด ปลายช่อมักม้วนลงดูเหมือนงวงช้างหรือหางแมงป่อง ช่อดอกยาวประมาณ 3-20 เซนติเมตร ดอกจะออกดอกทางด้านบนด้านเดียวและเรียงกันเป็นแถว ดอกย่อยมีขนาดเล็กเป็นสีฟ้าอ่อนหรือสีขาว มีกลีบดอก 5 กลีบ ยาวประมาณ 4-5 มิลลิเมตร

และมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3-3.5 มิลลิเมตร โคนดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายกลีบแยกออกจากกัน ด้านนอกมีขนนุ่ม ส่วนกลีบเลี้ยงดอกมี 5 กลีบ โคนเชื่อมติดกัน มีขนสีขาว ภายในหลอดดอกมีเกสรเพศผู้ 5 อัน และเกสรเพศเมีย 1 อัน ติดอยู่กับฐานดอก รังไข่เป็นรูปจานแบน ๆ

ดอกหญ้างวงช้าง

ผลหญ้างวงช้าง

ลักษณะของผลเป็นรูปไข่ ผลเป็นคู่ มีขนาดเล็ก ยาวประมาณ 4-5 มิลลิเมตร ผลเกิดจากการที่รังไข่ 2 อันรวมตัวติดกัน เปลือกผลแข็ง ข้างในแบ่งออกเป็นช่อง 2 ช่อง มีเมล็ดอยู่ตามช่อง ช่องละ 1 เมล็ด

ผลหญ้างวงช้าง

ตำรับยา

1. แก้ปวดท้อง แก้ร้อนในกระหายน้ำ ใช้ต้นสดต้มน้ำกิน

2. แก้ปอดอักเสบ มีฝีเป็นหนองมีหนอง ใช้ต้นสดต้มผสมกินกับน้ำผึ้งกิน

3. แก้ปากเปื่อยเน่า ใช้ใบสดตำคั้นเอาน้ำอมบ้วนปากวันละ 4-6 ครั้ง

4. แก้แผลฝีเม็ดเล็กๆ มีหนอง ใช้รากสดผสมเกลือเล็กน้อย ต้มน้ำกิน แล้วใช้ใบสดตำกับข้าวเย็นพอแผลอีกด้วย

5. แก้นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ทั้งต้นรวมราก 1 ต้น หั่นเป็นท่อนต้มกับน้ำดื่ม

6. แก้ภูมิแพ้ นำใบและต้น มาผึ่งลมให้แห้ง แล้วนำซอย แล้วมวนเป็นยาสูบ

7. แก้ตาฟาง ตามัว นำรากสดมาตำให้ละเอียด คั้นเอาน้ำหยอดตา

8. ขับประจำเดือน ใช้ดอกสดต้มกิน

หมายเหตุ : การเก็บสมุนไพรชนิดนี้มาใช้ ให้เก็บทั้งต้นที่เจริญเติบโตเต็มที่และมีดอก นำมาล้างให้สะอาด จะใช้เป็นยาสดหรือนำมาตากแห้งเก็บเอาไว้ใช้ก็ได้ ส่วนวิธีใช้ตาม และให้ใช้ต้นสดครั้งละ 30-60 กรัม นำมาคั้นเอาแต่น้ำผสมกับน้ำผึ้งรับประทาน (แต่ถ้าเป็นต้นแห้งให้ใช้เพียงครั้งละ 10-20 กรัม) ถ้าใช้ภายนอกให้นำมาต้มเอาน้ำชะล้าง หรือคั้นเอาแต่น้ำใช้อมบ้วนปาก

ข้อควรระวังในการใช้สมุนไพรหญ้างวงช้าง

– สตรีมีครรภ์ ห้ามรับประทานสมุนไพรชนิดนี้้ ถ้าใช้มากเกินขนาด อาจทำให้แท้งบุตรได้

– ทั้งต้นหญ้างวงช้างมีสารพิษ Pyrrolizidine alkaloid เป็นสารพิษที่ออกฤทธิ์ต่อตับ หากได้รับในครั้งแรกจะทำให้อาเจียน หลังจากนั้นประมาณ 8-10 ชั่วโมง จะมีอาการชักกระตุกควบคู่ไปกับอาการอาเจียน ท้องเดิน ปวดท้อง และหมดสติ

– ส่วนวิธีการรักษาเบื้องต้นให้รีบทำให้อาเจียน ด้วยการรับประทาน Syrup of ipecac 2 ช้อนโต๊ะ สำหรับผู้ใหญ่ ส่วนเด็กที่อายุตั้งแต่ 1-12 ปี ให้รับประทานเพียง 1 ช้อนโต๊ะ

– ส่วนอีกข้อมูลระบุว่าสารที่เป็นพิษคือสาร Lasiocarpine มีฤทธิ์ทำให้ตับอักเสบ (cirrhoesis) เป็นพิษต่อตับ (มีข้อมูลอื่นระบุว่า แม้ได้รับเพียงครั้งเดียวก็สามารถก่อให้เกิดการทำลายเซลล์ตับแบบเรื้อรังได้)

ประโยชน์ของหญ้างวงช้าง

– ใบใช้รักษาสิว (ข้อมูลไม่ได้ระบุวิธีใช้ แต่เข้าใจว่านำใบมาตำแล้วใช้ทาบริเวณที่เป็นสิว) 

– สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในงานย้อมสีได้ จากการสกัดน้ำสีจากใบหญ้างวงช้าง เมื่อนำมาย้อมเส้นไหมก็พบว่าได้เส้นไหมที่มีคุณภาพดี มีความคงทนต่อการซักในระดับดีและดีมาก และมีความคงทนต่อแสงในระดับดี โดยสีที่ได้คือสีน้ำตาลอ่อน 

– คนอีสานมีภูมิปัญญาการใช้หญ้างวงช้าง เพื่อเป็นประโยชน์ในด้านการเป็นเครื่องมือตรวจวัดอากาศและความอุดมสมบูรณ์ของดิน เมื่อต้องการวัดคุณภาพของอากาศ ถ้าช่อดอกเหยียดตรงแสดงว่าปีนั้นฝนจะแล้งจัด แต่ถ้าช่อดอกม้วนงอแสดงว่าปีนั้นจะมีน้ำมาก และถ้าแปลงนามีต้นหญ้างวงช้างขึ้นเป็นจำนวนมากก็แสดงว่าแปลงนานั้นมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่ต้องใส่ปุ๋ยก็ได้ผลผลิตที่ดี ซึ่งจากการทดลองพบว่าแปลงที่มีหญ้างวงช้างเจริญงอกงามดี จะสามารถให้ผลผลิตมากกว่าแปลที่ไม่มีหญ้างวงเกิดประมาณ 60% (จากการทดลองไม่มีการใส่ปุ๋ยทั้งสองแปลงเพื่อทำการเปรียบเทียบ)

แหล่งที่มา: มูลนิธิหมอชาวบ้าน, medthai.com
เรียบเรียงโดย: samunpaisecrete.com

Leave a Reply

Your email address will not be published.