Home สุขภาพ สมุนไพรมหัศจรรย์!! รักษาอาการน้ำในหูไม่เท่ากัน และบ้านหมุนให้หายได้ ด้วยวิธีง่ายๆ

สมุนไพรมหัศจรรย์!! รักษาอาการน้ำในหูไม่เท่ากัน และบ้านหมุนให้หายได้ ด้วยวิธีง่ายๆ

385

โรคความดันน้ำในหูไม่เท่ากัน หรือ โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน ฝรั่งเรียกว่า โรคมีเนีย (Meneire”s disease) คำว่า มีเนีย เป็นชื่อของศาสตราจารย์ชาวฝรั่งเศส

ที่ได้รายงานสถานการณ์ของผู้ป่วยเอาไว้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1861 ระยะแรกไม่ค่อยมีใครเชื่อถือนัก แต่หลังจากนั้นอีกประมาณ 100 ปีคนจึงเริ่มรู้จักกลุ่มอาการป่วยชนิดนี้มากขึ้น

น้ำในหูไม่เท่ากัน เป็นโรคที่พบได้บ่อย เกิดจากความดันน้ำในหูชั้นในที่เรียกว่า Endolymph มากผิดปกติ ทำให้หูชั้นใน ซึ่งทำหน้าที่รับเสียง และรับการทรงตัวไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ

โดย Endolymph มีเกลือแร่สำคัญ คือ โปรแตสเซียม ถ้าไปปนกับน้ำส่วนอื่น ๆ หูจะทำงานไม่ได้ เยื่อต่าง ๆ ในหูชั้นในแตก พบมากในวัยทำงานไปจนถึงผู้สูงอายุ ผู้ชายและผู้หญิงเป็นพอ ๆ กัน แต่ดูเหมือนว่า ผู้หญิงจะเป็นมากกว่านิดหน่อย

วันนี้เรามีสูตรสมุนไพรโบราณที่รักษาอาการน้ำในหูไม่เท่ากันมาฝากทุกๆ ท่าน เป็นสมุนไพรไทยรักษาได้ดี นั้นก็คือต้นน้ำนมราชสิงห์ ใช้ได้ทั้งต้นชงดื่ม ใครลองทำแล้วรับรองหายแน่นอน

1. ต้นน้ำนมราชสีห์ล้าง

2. ตากแดดให้เหี่ยว เอามาตัดเป็นท่อน

3. ตากจนแห้ง

4. คั่วไฟจนเหลืองเป็นชาสำหรับชงน้ำ ทิ้งให้เย็นเก็บใส่ขวดแห้งๆ หรือ กระป๋องปิดสนิทเก็บไว้ชงน้ำร้อนดื่ม

5. หยิบน้ำนมราชสีห์ใส่ถ้วยกระเบื้อง หรือกาประมาณ 1 ขยุ้มมือหรือ 1 หยิบมือ ใส่น้ำร้อนดื่มต่างน้ำ

ต้นน้ำนมราชสีห์ รักษาทอนซิลอักเสบ

ตำรายาโบราณกล่าวไว้ว่า ส่วนที่นำไปใช้เป็นยา คือ ทั้งต้น (ทั้งห้า) และยาง โดยทั้งต้นนั้นมักเก็บในช่วงฤดูร้อน นำมาล้างให้สะอาดและตากให้แห้งเก็บไว้ใช้ หรือใช้แบบสดก็ได้

ในปัจจุบันได้ค้นพบฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของน้ำนมราชสีห์อีกมากมาย เช่น กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน เร่งให้แผลหายเร็ว แก้ท้องเสีย มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย (Bacteria) เชื้อรา เชื้อบิด มีฤทธิ์เหมือนเอสโตรเจน (Estrogen) ทำให้น้ำนมไหล

ซึ่งฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่ค้นพบในปัจจุบัน บางส่วนสอดคล้องกับตำรายาโบราณ แต่อย่างไรก็ดี การจะนำต้นน้ำนมราชสีห์มาใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวางนั้น ยังต้องมีการค้นคว้าวิจัยต่อไป และการนำไปใช้ควรอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของผู้รู้ หมอพื้นบ้าน, แพทย์แผนไทย

การนำมาใช้รักษาทอนซิลอักเสบ (tonsillitis)

1. ต้นน้ำนมราชสีห์ทั้งห้า (ต้น ดอก ใบ ราก ผล) ประมาณ ๑ กำมือ นำมาล้างให้สะอาด

2. สับให้เป็นชิ้นเล็กๆ (ลำต้นจะเหนียวมาก) แล้วนำมาตำให้ละเอียด นำมาขยำกับเหล้า (๔๐ หรือ ๖๐ ดีกรี) จากนั้นกรองด้วยผ้าขาวบาง เอาแต่น้ำ กากทิ้งไป

3. นำน้ำที่กรองได้ใส่หม้อเคลือบ (ห้ามใช้หม้ออะลูมิเนียม-aluminium เด็ดขาด) นำมาตั้งไฟอ่อนๆ ตุ๋นยาเพื่อไล่แอลกอฮอล์ (alcohol) ออก จนหมดกลิ่นเหล้า

4. แล้วยกลงจากเตา ทิ้งไว้ให้เย็น นำมาผสมกับน้ำส้ม น้ำเสาวรส น้ำลูกพรุน น้ำองุ่น เพื่อให้เด็นกินง่าย

วิธีรับประทาน เด็ก : รับประทานครั้งละ ๑ ช้อนชา ก่อนอาหารเช้า กลางวัน เย็น

กายบริหารลดอาการบ้านหมุน

อันดับแรกเมื่อคุณรู้สึกเวียนหัวให้คุณนั่งคุกเข่าลงกับพื้นเงยหน้ามองเพดานค้างไว้

จากนั้นให้ก้มตัวลงจนศีรษะจรดพื้นชิดหัวเข่า

ให้เอียงศีรษะไปด้านที่เป็น เช่นหากว่ารู้สึกเวียนศีรษะด้านขวามากกว่าให้เอียงศีรษะไปทางด้านขวา หากเป็นด้านซ้ายก็ให้เอียงไปทางด้านซ้าย หรือหากไม่แน่ใจก็ให้เอียงค้างไว้แล้วสลับทั้งสองด้าน แล้วนับ 1-30

ยกศีรษะขึ้นให้หลังตรงขนานกับพื้นเป็นแนวราบ

หากยังรู้สึกเวียนศีรษะอยู่ให้ค้างไว้อีกสักครู่ แล้วค่อยกลับไปท่าคุกเข่าในตอนแรก

ชมคลิปได้เลย

การรักษาโรคน้ำในหูไม่เท่ากันอยู่ที่ระยะของโรค

ระยะที่ 1 สามารถที่จะหายได้เป็นปกติ โดยการดูแลร่างกายตามคำแนะนำของแพทย์

ระยะที่ 2 หูเริ่มเสื่อม มีเสียงในหู เวียนศีรษะ เป็น ๆ หาย ๆ แต่จะเป็นไม่มาก ระยะนี้อาจต้องรับประทานยาเป็นประจำต่อเนื่อง

ระยะที่ 3 และ 4 ใช้ยาฉีด หรือ ผ่าตัด โดยแพทย์จะฉีดยาเข้าไปที่หูข้างในโดยตรง เพื่อทำลายเซลส์ที่ทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ ถ้าเซลส์ตายอาการ ดังกล่าวหายไป ก็ไม่ต้องผ่าตัด

การรักษาทางยา

– ยาขับปัสสาวะ เพื่อลดสภาวะอาการบวมและคั่งของน้ำในหูชั้นใน

– ยาลดอาการเวียนศีรษะและคลื่นไส้อาเจียน ควรใช้ในขณะที่มีอาการเท่านั้น

– ยากล่อมประสาท และยานอนหลับ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยผ่อนคลายและนอนหลับได้เป็นปกติ

– ยาขยายหลอดเลือด ช่วยลดอาการบวมและคั่งของน้ำในหูชั้นใน

อาการของโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน

1. อาการเวียนศีรษะบ้านหมุน เป็นอาการที่พบบ่อยมักพบร่วมกับอาการคลื่นไส้ อาเจียน เหงื่อออกเกิดขึ้นในทันทีทันใด ระยะเวลาอาจจะอยู่นานกว่า 20 นาทีถึง 2-3 ชั่วโมง อาการดังกล่าวมักเป็นรุนแรงแต่ไม่ทำให้หมดสติหรือเป็นอัมพาตเมื่อหายเวียนศีรษะผู้ป่วยจะรู้สึกเหมือนเป็นปกติ

2. หูอื้อ อาจจะเป็นชั่วคราวหรือถาวร ถ้าเป็นระยะแรกการสูญเสียการได้ยินจะเป็นแค่ชั่วคราวหลังจากหายเวียนศีรษะ แล้วการได้ยินจะกลับมาเป็นปกติ แต่ถ้าผู้ป่วยที่มีอาการเวียนบ่อย ๆ หรือเป็นมานานอาการหูอื้อมักจะถาวรบางทีหูหนวกไปเลยก็ได้

3. เสียงดังในหู ผู้ป่วยจะมีเสียงดังในหูข้างที่ผิดปกติร่วมด้วย ผู้ป่วยบางคนจะบอกว่ามีเสียงเหมือนจั๊กจั่นหรือจิ้งหรีดร้อง บางคนก็บอกว่าเหมือนเสียงคำรามอยู่ในหูตลอดเวลา เสียงดังในหูอาจเป็นตลอดเวลา หรือเป็นขณะเวียนศีรษะ

4. อาการตึง ๆ ภายในหูคล้ายกับมีแรงดัน เกิดจากแรงดันของน้ำในหูชั้นในที่ผิดปกติ

ถ้าหากปล่อยทิ้งไว้ อาการจะเป็นมากขึ้น อาจต้องหยุดงาน เนื่องจากอาการเวียนศีรษะที่รุนแรง หรือสูญเสียการได้ยินแบบถาวร และอาจลุกลามไปยังหูอีกข้างหนึ่งได้

สมุนไพรใกล้ตัว มุ่งเสนอสรรพคุณทางยา การนำไปใช้ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน

เรียบเรียงโดย : samunpaisecrete.com

Comments

comments