Home สุขภาพ ความรู้ใหม่! ก่อนซื้อ “โยเกิร์ต” นอกจากจะสังเกตวันหมดอายุแล้ว ยังต้องสังเกตสิ่งนี้ด้วย?

ความรู้ใหม่! ก่อนซื้อ “โยเกิร์ต” นอกจากจะสังเกตวันหมดอายุแล้ว ยังต้องสังเกตสิ่งนี้ด้วย?

112

ก่อนซื้อโยเกิร์ตต้องดูสิ่งเหล่านี้ด้วย!

ผู้ปกครองหลายคนจะส่งเสริมให้เด็ก ๆ ดื่มโยเกิร์ต เพราะในโยเกิร์ตมีโปรไบโอติคส์จำนวนมาก สามารถช่วยในเรื่องระบบการย่อยอาหารของร่างกายได้ดี

เป็นยาระบายที่ช่วยลดน้ำหนักได้อีกด้วย เพราะโยเกิร์ตยังมีหน้าที่อีกอย่างหนึ่งคือ สามารถเร่งการเผาผลาญอาหารได้เร็วขึ้นด้วย! แต่ทว่า…

(เป็นเพียงภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น)

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่ พนักงขายในห้างสรรพสินค้าเผยว่า หลายคนเวลาซื้อโยเกิร์ตก็จะดูแค่วันหมดอายุเท่านั้น หรือบางคนก็ดูช่วงมีโปรโมชั่นลดราคา

สินค้าประเภทนี้ใกล้จะหมดอายุแล้ว แต่หลายคนคิดว่าเมื่อมันยังไม่หมดอายุก็ถือว่ายังกินได้ แต่อย่าลืมมองข้ามข้อควรสังเกตเหล่านี้ด้วย

 

1. ดูส่วนผสม  

หากในส่วนผสมมีเขียนว่า “นมดิบ” แสดงให้เห็นว่าองค์ประกอบหลักของโยเกิร์ตนี้คือนมดิบ จะทำให้มีรสชาติที่ดีมาก ราคาก็จะแพงเล็กน้อย อายุการเก็บรักษาจะค่อนข้างสั้น

ถ้าว่าส่วนผสมคือ “น้ำ” แน่นอนว่าโยเกิร์ตอันนี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการปรุงแต่ง รสชาติก็จะไม่ข้นมาก ออกหวานมากกว่า ที่สำคัญไม่มีรสชาติของนมเลย  ระยะเวลาในการเก็บรักษาก็จะนานกว่า

2. หากข้างฉลากมีเขียนคำว่า “โยเกิร์ตปรุงใหม่” 

เป็นโยเกิร์ตที่นำไปหมักในที่ๆมีอุณหภูมิสูง ทำให้โยเกิร์ตชนิดนี้มีรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการน้อยกว่า “นมดิบ” มาก!

(เป็นเพียงภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น)

3. หากบนฉลากเขียนไว้ว่า “Yogurt flavor plain”  โยเกิร์ตรสธรรมชาติ

โดยโยเกิร์ตชนิดนี้จะมีรสชาติที่เยี่ยมมาก  แต่ทว่า โยเกิร์ตชนิดนี้ล้วนทำจากสารปรุงแต่รส และส่วนประกอบส่วนใหญ่ก็คือ “น้ำตาล” ในทุกๆ 100 กรัม ก็จะมีน้ำตาล 15 กรัม แต่โยเกิร์ตบริสุทธิ์ชนิดนี้แท้จริงไม่มีรสชาติที่ดีและไม่หวานด้วย

4. ให้เลือกโยเกิร์ตที่แช่อยู่ในตู้เย็น

เมื่อเราไปห้างสรรพสินค้าเลือกซื้อโยเกิร์ต ก็ขอให้เลือกซื้อให้ดีๆ  และอีกอย่างคือ ให้เลือกโยเกิร์ตที่แช่อยู่ในตู้เย็น ที่มีอุณหภูมิต่ำๆ ดีกว่าที่แช่อยู่ข้างนอกที่มีมีอุณหภูมิสูงๆ เพราะแบบนี้จะทำให้คุณภาพของโยเกิร์ตลดต่ำลงด้วย

(เป็นเพียงภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น)

แหล่งที่มา : liekr.com

Comments

comments