Home สุขภาพ เลี้ยงก่อนรวยก่อน! สัตว์เลี้ยงตัวใหม่อนาคตไกล รายได้ดี จีนและเวียดนาม ต้องการสูง

เลี้ยงก่อนรวยก่อน! สัตว์เลี้ยงตัวใหม่อนาคตไกล รายได้ดี จีนและเวียดนาม ต้องการสูง

387

มีอาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์แนวใหม่ที่น่าสนใจมาฝากคุณผู้อ่านกันอีกแล้วค่ะ เพราะในปัจจุบันไม่จำเป็นต้องเพาะปลา เพาะกุ้งเท่านั้น แต่สัตว์แปลกๆที่คุณอาจไม่เคยเห็น ก็สามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้คุณมากมาย

สัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่อนาคตไกลตัวนี้สามารถเพาะเลี้ยงส่งขายได้ทั้งจีนและเวียดนาม โดยความต้องการของลูกค้ามีมากกว่า 5,000 ตัว/เดือน

สัตว์ที่ว่านี้ ก็คือ “แมงป่องช้าง” นั่นเองค่ะ

แมงป่องช้างเป็นหนึ่งในโครงการเพาะเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจของศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 24 โดยเป็นความคิดริเริ่มของนายดนัย ศิริบุรี ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายพัฒนาและประชาสัมพันธ์ สาขาธุรกิจการเกษตร คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ซึ่งเขาได้ไอเดียจากการเห็นพ่อค้าแม่ค้าขายแมลงทอด ทั้งจิ้งหรีด ตั๊กแตน หรือแมลงอื่นๆ และมีแมงป่องรวมอยู่ด้วย

โดยปกติแล้ว…แมงป่องจะขายตัวละ 100 บาท ซึ่งเขาคิดว่าราคาค่อนข้างสูง จึงเกิดแนวคิดการเพาะเลี้ยงเพื่อจำหน่าย

ด.ต.วชิระ พรมมา ผู้บังคับหมู่ ร้อย.ตชด.24 ผู้รับผิดชอบโครงการเลี้ยงแมงป่องช้าง เล่าว่า…

ตอนแรกก็ทดลองเลี้ยง ลองผิดลองถูกนานหลายเดือน จนได้เรียนรู้จากการสังเกตพฤติกรรมและวงจรชีวิตของแมงป่อง หลังจากเข้าใจพฤติกรรมของมันแล้วก็ทำให้สามารถเพิ่มประชากรแมงป่องได้มากขึ้นตามความต้องการ

ปัจจุบันมีลูกค้าสั่งซื้อประจำ ทั้งจากจีน และเวียดนาม ติดต่อซื้อในราคาตัวละ 50 บาท แต่ละเดือนขายแมงป่องให้ลูกค้าได้ 300-500 ตัว

ทั้งนี้ก็ยังไม่เพียงพอ เพราะความต้องการของตลาดจริงตอนนี้มีสูงมากถึงเดือนละ 5,000 ตัว ทำให้เพาะเลี้ยงไม่ทันตามความต้องการของลูกค้า

ประโยชน์ของแมงป่อง

1. ประกอบเป็นเมนูอาหารได้หลายประเภท เช่น น้ำพริกแมงป่อง แมงป่องทอดสมุนไพร ผัดหรือคั่วแมงป่อง ฯลฯ

2. สกัดทำเป็นตัวยา  เช่น ยาขยายหลอดเลือด ป้องกันอาการอัมพฤกษ์ อัมพาต

สำหรับการเลี้ยงแมงป่องต้องทำอย่างไรบ้าง มาลองอ่านกัน

1. สถานที่ที่เหมาะสม 

– มีร่มเงา

– เงียบสงบ

– ไม่ให้มีศัตรูรบกวน โดยเฉพาะนกและไก่

2. อุปกรณ์ในการเลี้ยงแมงป่องช้าง

– วงบ่อซีเมนต์ ขนาดกว้าง 80 เซนติเมตร สูง 50 เซนติเมตร โดยภายในวงบ่อเราควรจะทำการขัดมันหรือติดสติกเกอร์เพื่อให้เกิดความลื่น แมงป่องจะไม่ได้ปีนหนีออกมาถึงกระนั่นก็ต้องหาตะข่ายปิดปากบ่อซีเมนต์ที่เตรียมไว้ด้วยเพื่อป้องกันศัตรูมาทำร้ายแมงป่องที่เลี้ยงไว้

– ภาชนะใส่น้ำ ซึ่งน้ำเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับแมงป่อง แมงป่องเป็นสัตว์ที่ขาดน้ำไม่ได้ ภายใจภาชนะใส่น้ำเราควรจะมีหินวางไว้เพื่อป้องกันแมงป่องช้างจมน้ำ

– ที่หลบซ้อน ซึ่งจะหินหรือเศษใบไม้ หรือท่อนไม้

หลังจากเตรียมอุปกรณ์ครบแล้ว เราจะนำดินมาใส่ไว้ในบ่อซีเมนต์ที่เตรียมไว้โดยใส่ดินให้หนาประมาณ 10 ถึง 20 เซนติเมตร หลังจากนั้นก็นำพ่อแม่พันธุ์แม่ป่องช้างในอัตรา 1 ต่อ 1 โดย 1 บ่อซีเมนต์เราจะใส่แมงป่องประมาณ 30 ถึง 40 ตัว

ซึ่งจะเป็นพ่อแม่พันธุ์ในอัตราส่วนที่เท่ากัน วิธีสังเกตพ่อพันธุ์ให้สังเกตที่นิยมเมื่อมีศัตรูเขาใกล้พ่อพันธุ์จะชูกล้าม ชูหางพร้อมสู้แต่ถ้าเป็นแม่พันธุ์จะไม่สู้

3. อาหารของแมงป่องช้าง

อาหารจะเป็นพวกสัตว์เล็ก เช่น แมงมุม ตั๊กแตน ปลวก จิ้งหรีด

โดยต้องให้อาหารในช่วงเย็นเพราะเวลาหากินของแมงป่องช้างจะเป็นเวลากลางคืน และควรที่จะทำความสะอาดสถานที่เลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ

เมื่อเลี้ยงไปซักระยะแมลงป่องช้างจะผสมพันธุ์เองตามธรรมชาติ โดยแม่แมงป่องช้างจะเวลาในการตั้งท้องนาน 1 ปี โดยแมงป่องจะออกลูกเป็นตัว เมื่อลูกแมงป่องอายุได้ 8 ถึง 12 เดือนก็สามารถนำออกจำหน่ายได้แล้ว

ในเวลานี้ความต้องการในตลาดของแมงป่องช้างยังมีสูงมาก ซึ่งราคาขายหน้าฟาร์มจะอยู่ที่ 10 ถึง 20 บาทต่อตัว แต่ถ้าขายพอแม่พันธุ์จะอยู่ที่ 50 บาท ถึง 80 บาทต่อตัว ซึ่งนับวันแมงป่องในธรรมชาติก็จะหมดไปราคาแมงป่องก็จะมีแต่จะสูงขึ้นไม่มีลดลงเลย

ถ้าใครสนใจลองเลี้ยงกันดูนะคะ

แหล่งที่มา : thaijobsgov.com

Comments

comments