Breaking News
Home สุขภาพ (page 2)

สุขภาพ

เพิ่มผลผลิตง่ายๆ แค่ทำตาม 3 สูตรเด็ดเร่งดอกเร่งผลนี้ บอกเลยว่าลูกดกจนกิ่งแทบหัก!?

3 สูตรเด็ดเร่งดอกเร่งผล การเพิ่มผลผลิตของเกษตรกรนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมาก วันนี้เราขอนำเสนอสูตรและวิธีการเร่งดอกเร่งผล เพื่อเพิ่มผลผลิตไม้ผล ให้ออกทันตามความต้องการของตลาด และประหยัดค่าใช้จ่าย ในการซื้อปุ๋ยเร่งดอก เราเลยมีวิธีง่ายๆ มาฝากเพื่อนๆ สามารถทำได้หลากหลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีก็จะแตกต่างกันออกไป จะเป็นอย่างไรแล้วไปชมกันเลยค่ะ สูตรสารกระตุ้นการเจริญเติบโต ส่วนประกอบ 1. ผงชูรส 1 ช้อนชา 2. น้ำส้มควันไม้ 1 ช้อนชา 3. น้ำเปล่า 5 ลิตร วิธีการทำและการนำไปใช้ – นำมาผสมกันฉีดพ่นตามพืชที่ปลูก สูตรสารกระตุ้นการออกดอกของไม้ผลแบบเร่งด่วน ส่วนผสม 1. กระทิงแดง 1 ฝา 2. ผงชูรส 1 ช้อนชา 3. น้ำ 20 ลิตร 4. EM 10 ซีซี (EM คือ จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง) วิธีการทำและการนำไปใช้ นำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมรวมกันและคนให้เข้ากัน จากนั้นก็นำไปฉีดพ่นทางใบ โดยให้ทำการฉีดพ่นก่อนไม้ผลจะออกดอกประมาณ 1-2 สัปดาห์ จะช่วยเร่งและเพิ่มการติดดอกของไม้ผล และถ้าใช้พ่นลงดินรอบๆ พืชปลูกก็จะช่วยบำรุงดินให้สมบูรณ์ดีขึ้น สูตร EM …

ค้างผักแบบต่างๆ ที่นิยม ทำเองได้ไม่ยาก

ค้างผักแบบต่างๆ ค้างผักที่เกษตรกรทำกันมีหลายรูปแบบ แต่ละรูปแบบจะมีความเหมาะสมกับพืชแต่ละชนิดที่แตกต่างกัน แต่ข้อดีของการมีค้างผักนั้นมีเยอะพอสมควร เช่น ทำให้พืชให้ผลผลิตสูง (เยอะ) ง่ายต่อการดูแลรักษาพืช พืชให้อายุการเก็บเกี่ยวได้ยาวนานขึ้น ผลผลิตที่ได้สวย ป้องกันแมลงศัตรูที่มากัดกินผลผลิตทางดินได้ และอีกมากมาย ฯลฯ แต่ข้อเสียก็มีอยู่ คือลงทุนสูง ส่วนวัสดุที่ใช้ทำค้างผักก็มีตั้งแต่เสาปูน (ลงทุนสูงระยะยาว) ไม้ ไม้ไผ่ (เป็นที่นิยมที่สุด ส่วนเชือกทำค้างก็มีตั้งแต่ลวดหรือสลิง (ถาวรลงทุนสูง) เชื้อไนล่อน เป็นต้น แม้จะเป็นการลงทุนที่สูงแต่ก็คุ้มค่าเพราะเป็นลงทุนระยะยาว คงทนถาวร ยังไงก็แล้วแต่ความสะดวกของเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ แต่หากเพื่อนๆ ที่ยังไม่รู้ว่าจะทำค้างรูปแบบไหนดี วันนี้เราก็มีตัวอย่างของค้างแบบต่างๆ มาให้เพื่อนๆ ได้ชมกันก่อนครับ ค้างแบบเสารั้ว ค้างแบบเสารั้ว  พบง่ายได้ทั่วไป และพบมากที่สุด เพราะทำง่าย ให้ผลผลิตที่ดี ค้างแบบตัว A ค้างแบบตัว A  ค้างแบบนี้ทำง่าย ลงทุนไม่มาก ให้ผลผลิตที่ดีในช่วงแรกๆ แต่พอนานๆ ไป การจัดการเรื่องการตัดแต่ง เก็บผลผลิตยากลำบาก ค้างแบบกระโจม ค้างแบบกระโจม  ค้างแบบนี้คล้ายคลึงกับ แบบตัว A คือ ให้ผลดีในช่วงแรกๆ แต่พอนานๆ ไป การจัดการเรื่องการตัดแต่ง …

รีบเช็กด่วน! แพทย์ออกเตือน 15 อาการเริ่มต้นของมะเร็ง รู้ไว้ไม่เสียหาย ก่อนจะสายเกินไป!

อาการเบื้องต้นของมะเร็ง บอกต่อได้บุญมาก!! 15 อาการเริ่มต้นของมะเร็ง รู้ไว้ก่อนรักษาไม่ทัน การเกิดมะเร็งในอวัยวะต่างๆ ส่วนใหญ่ผู้ป่วยสามารถรับรู้ได้ด้วยตัวเอง หากหมั่นตรวจสุขภาพร่างกายเป็นประจำ ก่อนที่จะลุกลามเป็นหนักก็จะสามารถรักษาได้ทันก่อนลุกลาม ด้วยเทคโนโลยีและวิธีทางการแพทย์ในปัจจุบัน 1. มะเร็งปากมดลูก อาการ : จะมีเลือดออกจากช่องคลอดทั้ง ๆ ที่ไม่่ใช่เวลารอบเดือนปกติ หรืออาการเจ็บปวดและมีเลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธ์ หากพบว่ามีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับคุณ ควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจ โดยขูดเนื้อเยื่อจากบริเวณดังกล่าว เพื่อนำไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ ก็จะทราบผลและรักษาได้ก่อนลุกลาม 2. มะเร็งในมดลูก อาการ : มีเลือดออกกระปิดกระปอยหลังการมีเพศสัมพันธ์ หรือบางครั้งอาจมีความรู้สึกว่ามีก้อนเนื้อ หรือมีอาการบวมคับแน่นในช่องท้อง 3. มะเร็งรังไข่ อาการ : ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ หรือการมีอาการเจ็บปวดหลังการมีเพศสัมพันธ์ มีปัญหา เกี่ยวกับลำไส้ อาการท้องอืดอาหารไม่ย่อย น้ำหนักลดและมีอาการปวดหลัง 4. มะเร็งในเม็ดเลือด (ลูคีเมีย) อาการ : เหนื่อยง่ายและมีอาการสีผิวซีดเซียวผิดปกติ มักเกิดอาการฟกช้ำดำเขียวเองง่าย หรือมีเลือดออกทางผิวหนังได้ง่ายโดยไม่ทราบสาเหต และมักจะเกิดร่วมกับอาการปวดตามข้อต่าง ๆ ทั่วร่างกาย บางครั้งจะท้องอืด และเมื่อคลำดูจะพบว่ามีก้อนบวมที่ด้านซ้ายของช่องท้อง 5. มะเร็งปอด อาการ : มักมีอาการไอบ่อย ๆ มีเลือดออกหรืออาจมีเสมหะปนมากับน้ำลาย …

อย่าเพิ่งทิ้ง! ลองต้ม “ข้าวโพด” รวมกับ “สิ่งนี้” กินวันละหน่อย รับรองว่าดี มีประโยชน์ต่อร่างกายมาก!

ไหมข้าวโพด เกสรข้าวโพด หรือหนวดข้าวโพด ไหมข้าวโพดดูไร้ค่าและถูกโยนทิ้งเป็นประจำนั้น ความจริงแล้วมันมีประโยชน์มากมาย รู้แล้วรีบบอกต่อด่วนเลย หลายๆ คนคงชอบทานข้าวโพดและชอบนำข้าวโพดมาต้มกินเอง เกสรข้าวโพด สมุนไพรเป็นยาที่มีประโยชน์มาก เวลาปอกเปลือกทิ้งก็เก็บนำมาต้มดื่มบ้างนะคะ ต้มได้ทั้งเกสรสดและแห้ง  หรือใช้วิธีชงเป็นชาดื่มแบบง่ายได้เช่นกัน สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานควรต้มดื่มตามที่กำหนดนะคะ ไม่ควรต้มดื่มมากต่อครั้งหรือต่อวัน เพราะต้องระวังเรื่องไตหรือโรคแทรกซ้อนอย่างอื่นด้วย ความเข้มข้นของสมุนไพรที่ต้มดื่มต้องระวังมากๆ ดื่มแต่พอดีแต่ดื่มสม่ำเสมอก็จะได้ผลดี หรือเป็นผู้ป่วยไม่ใช่คนร่างกายปกตินั้นต้องระวังเช่นกัน ดื่มให้ถูกวิธีนั่นเอง การต้มทั้งฝักกินเมล็ดหรือเป็นเมนูอาหารก็ได้ประโยชน์มากๆ เช่นกัน เส้นไหมข้าวโพดจะเป็นเส้นบางๆ คล้ายเส้นไหม มันจะยาวยื่นพ้นออกมาตรงปลายฝักข้าวโพด คอยรับละอองเกสรตัวผู้เพื่อผสม มีรสออกหวาน มีสารอาหารมากมาย และมีคุณสมบัติในการขับปัสสาวะและลดบวม ยังสามารถช่วยลดความอ้วนได้ด้วย ดังนั้นเวลาคุณนำข้าวโพดมาต้มกิน อย่าทิ้งไหมข้าวโพดนะ เพราะมันมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมหาศาล เพราะว่าเส้นไหมข้าวโพดช่วยขับปัสสาวะและลดบวมได้ และสำหรับคนที่คิดจะลดความอ้วน ลองนำมาทำเป็นชา อาจใช้เส้นไหมข้าวโพดประมาณหนึ่งหยิบมือใส่ลงในแก้วแล้วเทน้ำร้อนลงไป ทิ้งไว้จนสีออกเหลืองทองก็ดื่มได้ แล้วดื่มไปนานๆ รับรองน้ำหนักของคุณต้องลดลงอย่างแน่นอน หรืออีกวิธีคือการทำน้ำต้มไหมข้าวโพด จากการศึกษาพบว่า น้ำต้มเส้นไหมข้าวโพดมีสารอาหารมากมาย ในหมู่ยาจีนที่ใช้ขับปัสสาวะและน้ำดีจะมียาไม่กี่ตัวที่มีฤทธิ์เป็นกลางไม่ร้อนไม่เย็น เส้นไหมข้าวโพดจึงเป็นยาที่ใช้รักษาคนไข้ดีซ่านและโรคเกี่ยวกับถุงน้ำดีได้ทุกประเภท ออกฤทธิ์ไม่รุนแรงเกินไป ที่สำคัญไหมข้าวโพดเป็นยาที่เราไม่ต้องซื้อซึ่งปกติเราโยนมันทิ้งด้วยซ้ำไป ประโยชน์ของน้ำต้มเส้นไหมข้าวโพด – มีคุณสมบัติในการขับปัสสาวะซึ่งจะช่วยให้ล้างสารพิษออกจากร่างกาย ช่วยป้องกันความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดและระบบทางเดินปัสสาวะที่ติดไวรัส – หากใครมีอาการโรคไตอักเสบเรื้อรัง ให้นำเส้นไหมข้าวโพดแห้งมาต้มกับน้ำแล้วดื่มวันละครั้ง จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่าเส้นไหมข้าวโพดมีส่วนช่วยรักษาอาการอักเสบเรื้อรังได้ – มันไม่เพียงแต่จะช่วยลดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับร่างกายในเวลาไม่สบาย แถมยังช่วยฟื้นฟูสุขภาพร่างกายได้อีกด้วย – เส้นไหมข้าวโพดมีเส้นใยอาหารสูง สามารถป้องกันกระเพาะอาหารและกระตุ้นการย่อยอาหารให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น …

แชร์เก็บไว้เลย! เผยสูตรพื้นบ้านพิชิต “โรคเก๊าท์” เพียงแค่ดื่มสิ่งนี้ ความทรมานจากโรคเกาต์หายไป

ใครมีคนรู้จักเป็นโรคเก๊าท์ต้องอ่าน! โรคเก๊าท์เป็นโรคข้ออักเสบ ที่เกิดจากภาวะที่ร่างกายมีกรดยูริกสูงมากในเลือด สะสมมาเป็นระยะเวลานาน จนกรดยูริกนั้นตกตระกอนอยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกาย อาจใช้เวลานานถถึง 10 ปี กว่าจะแสดงอาการข้ออักเสบ ปวดแดงร้อนที่ข้อ ถ้ากรดยูริกสะสมตามผิวหนังจะทำให้มีปุ่มนูนขึ้นตามผิวหนัง แต่ถ้ากรดยูริกไปตกตระกอนที่ไต จะทำให้เกิดนิ่วในไต และไตเสื่อมได้ในที่สุด แต่วันนี้เรามีข้อมูลดีดีมาฝากกัน คือ แค่ดื่มสิ่งนี้ไม่กี่แก้ว ก็ทำให้ความทรมานจากโรคเกาต์หายไปได้ น้ำชามะละกอ+น้ำมะพร้าว – เอามะละกอดิบมาหนึ่งลูก ล้างให้สะอาด ไม่ต้องปอกเปลือก เอาเม็ดออก – หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ลงในหม้อ ใส่น้ำ 4 ถ้วย ต้มจนเดือด – เปลี่ยนเป็นไฟอ่อนแล้วต้มไปอีก 2 นาที ปิดไฟ – ใส่ใบชาที่ชอบลงไป 1 ช้อนชา ครึ่งชั่วโมงต่อมาเทน้ำชาออกมา ผสมกับน้ำมะพร้าว (ถ้าไม่มีน้ำมะพร้าวสดใช้น้ำมะพร้าวกระป๋องก็ได้) – เทน้ำชามะพร้าวใส่ลงขวด ใช้เป็นเครื่องดื่มตลอดทั้งวัน แทนเครื่องดื่มชนิดอื่น หมายเหตุ มะละกอที่เอามาใช้ต้องยังไม่สุก เปลือกยังเขียวอยู่ โดยปกติมะละกอจะสุดประมาณ 4 เดือน แต่ถ้าสุกแล้วก็ไม่มีผลในการรักษา มะละกอดิบควรจะถูกเก็บประมาณ 3 เดือน จะให้ผลดีที่สุด ประโยชน์ชามะละกอ  จะเป็นการล้างลำไส้ ช่วยล้างระบบดูดซึม …

แจกสูตรข้าวหมกไก่ ข้าวร้อนๆ ไก่นุ่มๆ ทำจากหม้อหุงข้าว (1 หม้อ อิ่มกันทั้งครอบครัว) ลงมือทำกันเลย

ข้าวหมกไก่ ข้าวหมกไก่เป็นอาหารไทยได้รับมาจากพวกอาหรับตั้งแต่อดีต ถือเป็นอาหารของคนมุสลิมในประเทศไทย และเป็นกลุ่มคนที่เชี่ยวชาญการทำข้าวหมกไก่ที่สุด ข้าวหมกนี้ต้องใส่เครื่องเทศแขก เช่น อบเชย ลูกกระวาน กานพลู และหญ้าฝรั่นหรือแซฟฟรอน (saffron) เพื่อให้ข้าวมีสีเหลืองทองสวยและมีกลิ่นหอม แต่หญ้าฝรั่นราคาแพงมากจึงมีการใช้ขมิ้นแทนในภายหลัง คุณค่าทางโภชนาการ เครื่องเทศที่ใส่ในข้าวหมกไก่ทำให้อาหารมีกลิ่นหอม ชวนกินแล้วยังมีสรรพคุณต่างๆ  เช่น อบเชย ช่วยขับเหงื่อ แก้อ่อนเพลีย ขับลม กานพลูช่วยย่อยอาหาร แก้ท้องอืด ลูกกระวานช่วยบำรุงธาตุ ขับเสมหะ หญ้าฝรั่น ช่วยบำรุงร่างกาย ถนอมสายตา รักษาภาวะซึมเศร้า ส่วนขมิ้นช่วยบรรเทาอาการปวดท้อง ท้องอืด สิ่งที่ต้องเตรียมพร้อม 1. น่องไก่ และสะโพกไก่ 1 kg (หรือส่วนที่เราชอบ) 2. ผงข้าวหมกไก่ โลโบ 2 ซอง 3. โยเกริต์รสธรรมชาติ 1 ถ้วย 4. เกลือ น้ำตาล ครึ่งช้อนโต๊ะ 5. หัวหอม กระเทียม 6. คนอร์ซุปไก่ วิธีทำ 1. ล้างไก่ให้สะอาด คลุกด้วยผงข้าวหมกโลโบ …

“เคล็ดลับหน้าไม่แก่” ไม่กินข้าวเย็น เรื่องดีต้องบอกต่อ ไม่อ้วน ไม่แก่ แถม หน้าเด็ก

หลายๆ คนอาจจะยังไม่รู้ว่า การที่เราไม่ทานข้าวเย็นนั้นมัน มันคือเรื่องดีนะจ๊ะ ฮั่นแน่ งง งงกันอยู่เเน่ๆ มันดียังไงต้องไปดูกันเลย… ทำอย่างไรจึงจะ “ไม่แก่ ไม่อ้วนและอายุยืน” คำตอบก็คือ “กินสายกลาง ” กินสายกลาง คือ กินมื้อเช้าและมื้อเที่ยง งดมื้อเย็น เปรียบตัวเราเป็นรถยนต์ ตื่นเช้ามาต้องเติมน้ำมันก่อน หรือกินมื้อเช้า รถจึงจะวิ่งได้ ถึงเที่ยงน้ำมันยังไม่หมด เติมอีกครั้ง ถึงเย็นก่อนนอนก็ยังไม่หมดพิสูจน์ได้ดังนี้ สมมุติกินไข่ลวก 1 ฟองโตๆ มีไข่แดงหนัก 50 กรัม ในไข่แดงมีคลอเลสเตอรอล 1 กรัม ให้พลังงาน 9 แคลอรี่ ฉะนั้น 50 กรัม ให้พลังงาน 450 แคลอรี่ จะต้องออกกำลังกายเพื่อใช้พลังงานนี้ โดยขี่จักรยานตั้งแรงต้านไว้ 1.3 ก. ก. ความเร็วที่ปั่นบันไดจักรยาน 60 รอบต่อนาที ขี่อยู่นาน 60 นาที จะเหนื่อยหอบ เหงื่อไหลท่วมตัว แต่ใช้พลังงานไปเพียง 300 แคลอรี่ ไข่ใบเดียวยังใช้ไม่หมด …

เจ็บแต่จริง!? “ญี่ปุ่น” วิจารณ์ไทยเป็นข้อๆ ยิ่งอ่านยิ่งจุก จริงทุกข้อ

เจ็บแต่จริง “ญี่ปุ่น” วิจารณ์ไทยเป็นข้อๆ ยิ่งอ่านยิ่งจุก เป็นเรื่องที่สังคมออนไลน์พบเห็นได้อยู่บ่อยๆ สำหรับการเปรียบเทียบ ประเทศไทย กับประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นภาพวาดเสียดสี ล้อเลียน บทความ ไปจนถึงความคิดเห็นจากคนแต่ละประเทศ ซึ่งแน่นอนว่า มันก็เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เราได้เห็นความจริงของสังคมที่เราอาจมองข้าม และอีกหนึ่งบทความที่น่าสนใจคือ บทความของนาย เซ็ทซึโอะ อิอุจิ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น ประจำกรุงเทพฯ (เจโทร) ที่ได้พูดถึงจุดอ่อนของประเทศไทย และคนไทย แบบที่อ่านแล้วเถียงไม่ออกสักข้อ 1) คนไทยรู้จักหน้าที่ของตัวเองต่ำมาก โดยเฉพาะหน้าที่ต่อสังคม คือ เป็นประเภทมือใครยาวสาวได้สาวเอา เกิดเป็นธุรกิจการเมือง ธุรกิจการค้า ธุรกิจการศึกษา ทำให้ประเทศชาติล้าหลังไปเรื่อยๆ 2) การศึกษายังไม่ทันสมัย คนไทยจะเก่งแต่ภาษาของตัวเอง ทำให้ขาดโอกาสในการแข่งขันกับต่างชาติในเวทีต่างๆ ไม่กล้าแสดงออก ขี้อาย ไม่มั่นใจในตัวเอง จึงตามหลังชาติอื่น จะเห็นว่าคนมีฐานะจะส่งลูกไปเรียนเมืองนอกเพื่อโอกาสดีกว่า 3) มองอนาคตไม่เป็น คนไทยมากกว่า 70% ทำงานแบบไร้อนาคต ทำแบบวันต่อวัน แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวันๆ น้อยคนนักที่จะทำงานแบบเป็นระบบ เป็นขั้นเป็นตอน มีเป้าหมายในอนาคตที่ชัดเจน 4) ไม่จริงจังในความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ทำแบบผักชีโรยหน้า หรือทำด้วยความเกรงใจ ต่างกับคนญี่ปุ่น หรือยุโรป ที่ให้ความสำคัญต่อสัญญาหรือข้อตกลงอย่างเคร่งครัด เพราะหมายถึงความเชื่อถือในระยะยาว …

ใครๆ ต่างไม่รู้เรื่องนี้!? ประโยชน์ของเมล็ดมะละกอ ของดีที่เรามองข้าม น่าเสียดายที่ทิ้งไปตั้งเยอะ

ตอนที่ทุกคนทานมะละกอนั้นก็มักจะชอบเขี่ยเมล็ดของมันทิ้งไปใช่มั้ยล่ะ น่าเสียดายจริงๆ ที่เมล็ดของมันมีประโยชน์มากมาย วันนี้เราก็เลยจะพาไปดูถึงประโยชน์ของมันกันค่ะ ประโยชน์ของเมล็ดมะละกอ 1.ป้องกันมะเร็ง – เพราะเมล็ดมะละกอนั้นอุดมไปด้วยกรด Palmitic & Oleic ที่เชื่อกันว่า สามารถป้องกันโรคมะเร็งได้ 2.ตำราแพทย์แผนจีนและญี่ปุ่น ใช้เมล็ดมะละกอเป็นยาขับของเสียออกจากตับและบำรุงตับให้แข็งแรง 3. ป้องกันไตเสื่อม – เมล็ดมะละกออุดมไปด้วย Flavonoids ที่สามารถป้องกันเชื้อโรคได้ 4. การบริโภคเมล็ดมะละกอเป็นประจำ จะช่วยถ่ายพยาธิในลำไส้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ วิธีทานเมล็ดมะละกอ 1. เลือกมะละกอลูกเล็ก การเลือกมะละกอลูกเล็กนั้น เนื่องจากว่าเมล็ดของมันมักจะมีรสชาติค่อนข้างดีกว่า เมล็ดของมะละกอลูกใหญ่ๆซึ่งจะมีรสชาติที่ขมมาก และเมื่อคุณคุ้นเคยกับรสชาติของมันแล้ว ก็ค่อยไปเลือกมะละกอลูกใหญ่ก็ได้ 2. คุณสามารถเคี้ยวเมล็ดของมะละกอได้โดยตรง เมล็ดของมะละกอนั้นสามารถทานได้ทั้งหมด ในสัปดาห์แรกๆนั้นขอแนะนำให้ทานวันละหนึ่งถึงสองเมล็ดก็พอ เพราะถ้าคุณทานเยอะเกินไป มันอาจจะทำให้ร่างกายและระบบทางเดินอาหารของคุณผิดปกติก็ได้ 3. ในการทานครั้งแรกนั้น รสชาติอาจจะทั้งขมและคล้ายพริกไทผสมมัสตาด รสชาตินี้อาจจะทำให้คุณ รู้สึกอึดอัด และถ้าคุณทานเร็วเกินไปหรือมากเกินไปรสชาติที่ค่อนข้างแย่นั้นอาจทำให้คุณไม่ อยากจะทานมันอีกเลย และถึงแม้ว่าเมล็ดของมะละกอจะทานได้ก็ตาม แต่ถ้ากระเพาะอาหาร ของเรายังไม่คุ้นเคยกับสิ่งที่ทานเข้าไป มันอาจจะทำให้เกิดอาการอาหารไม่ย่อยก็ได้ ดังนั้นจึง ต้องค่อยๆ ทานทีละนิด เพื่อให้ร่างกายคุ้นเคยหลังจากที่รับประทานเมล็ดของมะละกอได้สอง สัปดาห์แล้ว ก็ให้เพิ่มปริมาณให้มากขึ้นเป็น 1/4 ช้อนโต๊ะ แล้วค่อยๆ เพิ่มเป็น 1/2 …

ทำกินทำขายอร่อยชัวร์!? แจก 3 สูตรน้ำเต้าหู้เจ้าเก่า ขายดีมากๆ บอกหมดทุกขั้นตอนไม่มีกั๊ก รับประกันอร่อยชัวร์!

สำหรับใครที่เบื่องานประจำ อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง หรือต้องการหารรายได้เสริมฟังทางนี้ให้ดี เพราะเรามีอีกหนึ่งทางเลือกนั่นก็คือการทำน้ำเต้าหู้ขายมาบอก น้ำเต้าหู้ยังคงเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมจากคนไทยเป็นอย่างมาก เพราะมีประโยชน์ ทานแล้วอิ่มท้องอีกด้วย ดังนั้นหากต้องการสร้างรายได้ให้ตัวเอง ก็อย่ามองข้ามทางเลือกนี้เลย และหากใครที่คิดว่าขั้นตอนการทำจะยุ่งยากหรือไม่ เราจึงมีสูตรการทำน้ำเต้าหู้มาฝากด้วย 1. น้ำเต้าหู้ ผ่านร้านน้ำเต้าหู้ก็ต้องซื้อน้ำเต้าหู้สิคะ แต่เราจะชวนทุกคนมาทำเองด้วยสูตรน้ำเต้าหู้จากคุณ Rin Silpachai จุดเด่นคือ ผสมผสานถั่วลิสงและถั่วอัลมอนด์ลงไปด้วย ทำให้กลบกลิ่นของถั่วเหลืองได้อย่างดีเยี่ยม อยากดื่มรสจืดก็ไม่ต้องใส่น้ำตาลทรายลงไป ถ้าอยากดื่มรสหวานน้อยก็ใส่น้ำตาลลงไปนิดเดียว ถ้าอยากดื่มแบบเย็นก็จัดกรอกใส่ขวดแช่เย็นได้เลยจ้า ของเขาดีจริง ๆ ส่วนผสม น้ำเต้าหู้ 1. ถั่วเหลือง 16 ออนซ์ (ประมาณ 453 กรัม) 2. ถั่วลิสง 1 ถ้วย 3. อัลมอนด์ 1 ถ้วย 4. น้ำเปล่า 5. น้ำตาลทรายแดง หรือน้ำตาลทรายขาว (สำหรับเพิ่มความหวานตามชอบ) หมายเหตุ : อัตราส่วนผสมระหว่างถั่วกับน้ำคือ 1:3 วิธีทำน้ำเต้าหู้ 1. ล้างถั่วเหลือง ถั่วลิสง และอัลมอนด์ให้สะอาด จากนั้นแช่น้ำให้ท่วมทิ้งไว้อย่างน้อย 8 ชั่วโมงหรือข้ามคืน …

123...59Page 2 of 59