Breaking News
Home สุขภาพ (page 2)

สุขภาพ

แชร์เก็บไว้เลย! เผยสูตรพื้นบ้านพิชิต “โรคเก๊าท์” เพียงแค่ดื่มสิ่งนี้ ความทรมานจากโรคเกาต์หายไป

ใครมีคนรู้จักเป็นโรคเก๊าท์ต้องอ่าน! โรคเก๊าท์เป็นโรคข้ออักเสบ ที่เกิดจากภาวะที่ร่างกายมีกรดยูริกสูงมากในเลือด สะสมมาเป็นระยะเวลานาน จนกรดยูริกนั้นตกตระกอนอยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกาย อาจใช้เวลานานถถึง 10 ปี กว่าจะแสดงอาการข้ออักเสบ ปวดแดงร้อนที่ข้อ ถ้ากรดยูริกสะสมตามผิวหนังจะทำให้มีปุ่มนูนขึ้นตามผิวหนัง แต่ถ้ากรดยูริกไปตกตระกอนที่ไต จะทำให้เกิดนิ่วในไต และไตเสื่อมได้ในที่สุด แต่วันนี้เรามีข้อมูลดีดีมาฝากกัน คือ แค่ดื่มสิ่งนี้ไม่กี่แก้ว ก็ทำให้ความทรมานจากโรคเกาต์หายไปได้ น้ำชามะละกอ+น้ำมะพร้าว – เอามะละกอดิบมาหนึ่งลูก ล้างให้สะอาด ไม่ต้องปอกเปลือก เอาเม็ดออก – หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ลงในหม้อ ใส่น้ำ 4 ถ้วย ต้มจนเดือด – เปลี่ยนเป็นไฟอ่อนแล้วต้มไปอีก 2 นาที ปิดไฟ – ใส่ใบชาที่ชอบลงไป 1 ช้อนชา ครึ่งชั่วโมงต่อมาเทน้ำชาออกมา ผสมกับน้ำมะพร้าว (ถ้าไม่มีน้ำมะพร้าวสดใช้น้ำมะพร้าวกระป๋องก็ได้) – เทน้ำชามะพร้าวใส่ลงขวด ใช้เป็นเครื่องดื่มตลอดทั้งวัน แทนเครื่องดื่มชนิดอื่น หมายเหตุ มะละกอที่เอามาใช้ต้องยังไม่สุก เปลือกยังเขียวอยู่ โดยปกติมะละกอจะสุดประมาณ 4 เดือน แต่ถ้าสุกแล้วก็ไม่มีผลในการรักษา มะละกอดิบควรจะถูกเก็บประมาณ 3 เดือน จะให้ผลดีที่สุด ประโยชน์ชามะละกอ  จะเป็นการล้างลำไส้ ช่วยล้างระบบดูดซึม …

แจกสูตรข้าวหมกไก่ ข้าวร้อนๆ ไก่นุ่มๆ ทำจากหม้อหุงข้าว (1 หม้อ อิ่มกันทั้งครอบครัว) ลงมือทำกันเลย

ข้าวหมกไก่ ข้าวหมกไก่เป็นอาหารไทยได้รับมาจากพวกอาหรับตั้งแต่อดีต ถือเป็นอาหารของคนมุสลิมในประเทศไทย และเป็นกลุ่มคนที่เชี่ยวชาญการทำข้าวหมกไก่ที่สุด ข้าวหมกนี้ต้องใส่เครื่องเทศแขก เช่น อบเชย ลูกกระวาน กานพลู และหญ้าฝรั่นหรือแซฟฟรอน (saffron) เพื่อให้ข้าวมีสีเหลืองทองสวยและมีกลิ่นหอม แต่หญ้าฝรั่นราคาแพงมากจึงมีการใช้ขมิ้นแทนในภายหลัง คุณค่าทางโภชนาการ เครื่องเทศที่ใส่ในข้าวหมกไก่ทำให้อาหารมีกลิ่นหอม ชวนกินแล้วยังมีสรรพคุณต่างๆ  เช่น อบเชย ช่วยขับเหงื่อ แก้อ่อนเพลีย ขับลม กานพลูช่วยย่อยอาหาร แก้ท้องอืด ลูกกระวานช่วยบำรุงธาตุ ขับเสมหะ หญ้าฝรั่น ช่วยบำรุงร่างกาย ถนอมสายตา รักษาภาวะซึมเศร้า ส่วนขมิ้นช่วยบรรเทาอาการปวดท้อง ท้องอืด สิ่งที่ต้องเตรียมพร้อม 1. น่องไก่ และสะโพกไก่ 1 kg (หรือส่วนที่เราชอบ) 2. ผงข้าวหมกไก่ โลโบ 2 ซอง 3. โยเกริต์รสธรรมชาติ 1 ถ้วย 4. เกลือ น้ำตาล ครึ่งช้อนโต๊ะ 5. หัวหอม กระเทียม 6. คนอร์ซุปไก่ วิธีทำ 1. ล้างไก่ให้สะอาด คลุกด้วยผงข้าวหมกโลโบ …

“เคล็ดลับหน้าไม่แก่” ไม่กินข้าวเย็น เรื่องดีต้องบอกต่อ ไม่อ้วน ไม่แก่ แถม หน้าเด็ก

หลายๆ คนอาจจะยังไม่รู้ว่า การที่เราไม่ทานข้าวเย็นนั้นมัน มันคือเรื่องดีนะจ๊ะ ฮั่นแน่ งง งงกันอยู่เเน่ๆ มันดียังไงต้องไปดูกันเลย… ทำอย่างไรจึงจะ “ไม่แก่ ไม่อ้วนและอายุยืน” คำตอบก็คือ “กินสายกลาง ” กินสายกลาง คือ กินมื้อเช้าและมื้อเที่ยง งดมื้อเย็น เปรียบตัวเราเป็นรถยนต์ ตื่นเช้ามาต้องเติมน้ำมันก่อน หรือกินมื้อเช้า รถจึงจะวิ่งได้ ถึงเที่ยงน้ำมันยังไม่หมด เติมอีกครั้ง ถึงเย็นก่อนนอนก็ยังไม่หมดพิสูจน์ได้ดังนี้ สมมุติกินไข่ลวก 1 ฟองโตๆ มีไข่แดงหนัก 50 กรัม ในไข่แดงมีคลอเลสเตอรอล 1 กรัม ให้พลังงาน 9 แคลอรี่ ฉะนั้น 50 กรัม ให้พลังงาน 450 แคลอรี่ จะต้องออกกำลังกายเพื่อใช้พลังงานนี้ โดยขี่จักรยานตั้งแรงต้านไว้ 1.3 ก. ก. ความเร็วที่ปั่นบันไดจักรยาน 60 รอบต่อนาที ขี่อยู่นาน 60 นาที จะเหนื่อยหอบ เหงื่อไหลท่วมตัว แต่ใช้พลังงานไปเพียง 300 แคลอรี่ ไข่ใบเดียวยังใช้ไม่หมด …

เจ็บแต่จริง!? “ญี่ปุ่น” วิจารณ์ไทยเป็นข้อๆ ยิ่งอ่านยิ่งจุก จริงทุกข้อ

เจ็บแต่จริง “ญี่ปุ่น” วิจารณ์ไทยเป็นข้อๆ ยิ่งอ่านยิ่งจุก เป็นเรื่องที่สังคมออนไลน์พบเห็นได้อยู่บ่อยๆ สำหรับการเปรียบเทียบ ประเทศไทย กับประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นภาพวาดเสียดสี ล้อเลียน บทความ ไปจนถึงความคิดเห็นจากคนแต่ละประเทศ ซึ่งแน่นอนว่า มันก็เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เราได้เห็นความจริงของสังคมที่เราอาจมองข้าม และอีกหนึ่งบทความที่น่าสนใจคือ บทความของนาย เซ็ทซึโอะ อิอุจิ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น ประจำกรุงเทพฯ (เจโทร) ที่ได้พูดถึงจุดอ่อนของประเทศไทย และคนไทย แบบที่อ่านแล้วเถียงไม่ออกสักข้อ 1) คนไทยรู้จักหน้าที่ของตัวเองต่ำมาก โดยเฉพาะหน้าที่ต่อสังคม คือ เป็นประเภทมือใครยาวสาวได้สาวเอา เกิดเป็นธุรกิจการเมือง ธุรกิจการค้า ธุรกิจการศึกษา ทำให้ประเทศชาติล้าหลังไปเรื่อยๆ 2) การศึกษายังไม่ทันสมัย คนไทยจะเก่งแต่ภาษาของตัวเอง ทำให้ขาดโอกาสในการแข่งขันกับต่างชาติในเวทีต่างๆ ไม่กล้าแสดงออก ขี้อาย ไม่มั่นใจในตัวเอง จึงตามหลังชาติอื่น จะเห็นว่าคนมีฐานะจะส่งลูกไปเรียนเมืองนอกเพื่อโอกาสดีกว่า 3) มองอนาคตไม่เป็น คนไทยมากกว่า 70% ทำงานแบบไร้อนาคต ทำแบบวันต่อวัน แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวันๆ น้อยคนนักที่จะทำงานแบบเป็นระบบ เป็นขั้นเป็นตอน มีเป้าหมายในอนาคตที่ชัดเจน 4) ไม่จริงจังในความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ทำแบบผักชีโรยหน้า หรือทำด้วยความเกรงใจ ต่างกับคนญี่ปุ่น หรือยุโรป ที่ให้ความสำคัญต่อสัญญาหรือข้อตกลงอย่างเคร่งครัด เพราะหมายถึงความเชื่อถือในระยะยาว …

ใครๆ ต่างไม่รู้เรื่องนี้!? ประโยชน์ของเมล็ดมะละกอ ของดีที่เรามองข้าม น่าเสียดายที่ทิ้งไปตั้งเยอะ

ตอนที่ทุกคนทานมะละกอนั้นก็มักจะชอบเขี่ยเมล็ดของมันทิ้งไปใช่มั้ยล่ะ น่าเสียดายจริงๆ ที่เมล็ดของมันมีประโยชน์มากมาย วันนี้เราก็เลยจะพาไปดูถึงประโยชน์ของมันกันค่ะ ประโยชน์ของเมล็ดมะละกอ 1.ป้องกันมะเร็ง – เพราะเมล็ดมะละกอนั้นอุดมไปด้วยกรด Palmitic & Oleic ที่เชื่อกันว่า สามารถป้องกันโรคมะเร็งได้ 2.ตำราแพทย์แผนจีนและญี่ปุ่น ใช้เมล็ดมะละกอเป็นยาขับของเสียออกจากตับและบำรุงตับให้แข็งแรง 3. ป้องกันไตเสื่อม – เมล็ดมะละกออุดมไปด้วย Flavonoids ที่สามารถป้องกันเชื้อโรคได้ 4. การบริโภคเมล็ดมะละกอเป็นประจำ จะช่วยถ่ายพยาธิในลำไส้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ วิธีทานเมล็ดมะละกอ 1. เลือกมะละกอลูกเล็ก การเลือกมะละกอลูกเล็กนั้น เนื่องจากว่าเมล็ดของมันมักจะมีรสชาติค่อนข้างดีกว่า เมล็ดของมะละกอลูกใหญ่ๆซึ่งจะมีรสชาติที่ขมมาก และเมื่อคุณคุ้นเคยกับรสชาติของมันแล้ว ก็ค่อยไปเลือกมะละกอลูกใหญ่ก็ได้ 2. คุณสามารถเคี้ยวเมล็ดของมะละกอได้โดยตรง เมล็ดของมะละกอนั้นสามารถทานได้ทั้งหมด ในสัปดาห์แรกๆนั้นขอแนะนำให้ทานวันละหนึ่งถึงสองเมล็ดก็พอ เพราะถ้าคุณทานเยอะเกินไป มันอาจจะทำให้ร่างกายและระบบทางเดินอาหารของคุณผิดปกติก็ได้ 3. ในการทานครั้งแรกนั้น รสชาติอาจจะทั้งขมและคล้ายพริกไทผสมมัสตาด รสชาตินี้อาจจะทำให้คุณ รู้สึกอึดอัด และถ้าคุณทานเร็วเกินไปหรือมากเกินไปรสชาติที่ค่อนข้างแย่นั้นอาจทำให้คุณไม่ อยากจะทานมันอีกเลย และถึงแม้ว่าเมล็ดของมะละกอจะทานได้ก็ตาม แต่ถ้ากระเพาะอาหาร ของเรายังไม่คุ้นเคยกับสิ่งที่ทานเข้าไป มันอาจจะทำให้เกิดอาการอาหารไม่ย่อยก็ได้ ดังนั้นจึง ต้องค่อยๆ ทานทีละนิด เพื่อให้ร่างกายคุ้นเคยหลังจากที่รับประทานเมล็ดของมะละกอได้สอง สัปดาห์แล้ว ก็ให้เพิ่มปริมาณให้มากขึ้นเป็น 1/4 ช้อนโต๊ะ แล้วค่อยๆ เพิ่มเป็น 1/2 …

ทำกินทำขายอร่อยชัวร์!? แจก 3 สูตรน้ำเต้าหู้เจ้าเก่า ขายดีมากๆ บอกหมดทุกขั้นตอนไม่มีกั๊ก รับประกันอร่อยชัวร์!

สำหรับใครที่เบื่องานประจำ อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง หรือต้องการหารรายได้เสริมฟังทางนี้ให้ดี เพราะเรามีอีกหนึ่งทางเลือกนั่นก็คือการทำน้ำเต้าหู้ขายมาบอก น้ำเต้าหู้ยังคงเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมจากคนไทยเป็นอย่างมาก เพราะมีประโยชน์ ทานแล้วอิ่มท้องอีกด้วย ดังนั้นหากต้องการสร้างรายได้ให้ตัวเอง ก็อย่ามองข้ามทางเลือกนี้เลย และหากใครที่คิดว่าขั้นตอนการทำจะยุ่งยากหรือไม่ เราจึงมีสูตรการทำน้ำเต้าหู้มาฝากด้วย 1. น้ำเต้าหู้ ผ่านร้านน้ำเต้าหู้ก็ต้องซื้อน้ำเต้าหู้สิคะ แต่เราจะชวนทุกคนมาทำเองด้วยสูตรน้ำเต้าหู้จากคุณ Rin Silpachai จุดเด่นคือ ผสมผสานถั่วลิสงและถั่วอัลมอนด์ลงไปด้วย ทำให้กลบกลิ่นของถั่วเหลืองได้อย่างดีเยี่ยม อยากดื่มรสจืดก็ไม่ต้องใส่น้ำตาลทรายลงไป ถ้าอยากดื่มรสหวานน้อยก็ใส่น้ำตาลลงไปนิดเดียว ถ้าอยากดื่มแบบเย็นก็จัดกรอกใส่ขวดแช่เย็นได้เลยจ้า ของเขาดีจริง ๆ ส่วนผสม น้ำเต้าหู้ 1. ถั่วเหลือง 16 ออนซ์ (ประมาณ 453 กรัม) 2. ถั่วลิสง 1 ถ้วย 3. อัลมอนด์ 1 ถ้วย 4. น้ำเปล่า 5. น้ำตาลทรายแดง หรือน้ำตาลทรายขาว (สำหรับเพิ่มความหวานตามชอบ) หมายเหตุ : อัตราส่วนผสมระหว่างถั่วกับน้ำคือ 1:3 วิธีทำน้ำเต้าหู้ 1. ล้างถั่วเหลือง ถั่วลิสง และอัลมอนด์ให้สะอาด จากนั้นแช่น้ำให้ท่วมทิ้งไว้อย่างน้อย 8 ชั่วโมงหรือข้ามคืน …

ใครเจอปัญหานี้!? ตุ่มใสๆ ที่ขึ้นมาบนนิ้ว ยิ่งเกา ยิ่งคัน วันนี้เรามีวิธีแก้ง่ายๆ แค่ทำตามนี้ อาการเหล่านี้ก็จะหายไป

ตุ่มใสๆ ที่ขึ้นมาบนนิ้ว ยิ่งเกา ยิ่งคัน “ตุ่มใสเล็กๆ” จริงๆ แล้วคือ ผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มน้ำใส Dyshidrosis คุณอาจจะไม่คุ้นกับชื่อนี้ ในความเป็นจริงแล้วมันคืออาการแพ้ชนิดหนึ่ง เวลาเกิดอาการแบบนี้ ตุ่มใสๆ จะขึ้นบริเวณมือหรือเท้า มักจะมีอาการคันในระดับที่ไม่เท่ากัน แต่สิ่งที่ตามมาร้ายแรงกว่า ถ้าไม่รักษา ประมาณ 1-2 สัปดาห์มันก็จะแห้ง ต่อมาก็จะถลอก ที่น่าเบื่อที่สุดก็คือ ไม่นานมันก็จะขึ้นมาใหม่ เป็นตุ่มๆ ไม่สวย หรือถ้ามันเกิดการติดเชื้อ ก็จะมีอาการมือบวม ปวด แย่ยิ่งกว่าเดิม ตุ่มใสๆ พวกนี้ ทำไมถึงขึ้นบนมือคุณได้? คุณหมอเองก็ไม่ทราบเหตุผลที่ชัดเจน น่าจะเกี่ยวข้องกับอะไรหลายๆ อย่าง มือเท้าเหงื่อออกง่าย คนที่มีอาการตื่นเต้น เหนื่อยล้า ซึมเศร้า ระยะยาวจะมีตุ่มใสๆ พวกนี้เกิดขึ้นได้ง่าย และคนที่มีอาการภูมิแพ้ เมื่อสัมผัสกับสารบางชนิด เช่น น้ำยาทำความสะอาด โลหะ หรือยาก็เป็นสาเหตุหนึ่งของอาการ บางคนกลัวว่าตุ่มใสๆ พวกนี้จะติดต่อกันได้ ปัญหานี้ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะมันไม่ใช่แบคทีเรียหรือเชื้อไวรัส เพราะงั้นไม่มีการติดต่อใดๆ ทั้งสิ้น ถ้ารู้สึกว่าคัน ก็ไปซื้อยามาทา เดี๋ยวก็หาย มาดูเคล็ดลับรักษาง่ายๆ กันเลยครับ 1. ถ้าตุ่มขึ้นมาแล้วคันสามารถใช้คาลาไมน์ทา 2. …

เเปะไว้เลย!? วิธีทำ “น้ำนมข้าวโพด” สรรพคุณบำรุงผิวพรรณ บำรุงสายตา ต้านมะเร็งร้าย

น้ำนมข้าวโพด ก่อนจะเป็นนมข้าวโพด ต้องเริ่มจากนำข้าวโพดสดมาปอกเปลือกแล้วล้างให้สะอาด ใช้มีดบางและคมฝานเอาเฉพาะเมล็ดข้าวโพดออก (ในที่นี้ตามสูตรน้ำหนัก 5 กิโลกรัม) เทน้ำสะอาดลงไปในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 นำไปต้มไฟปานกลางจนเดือดพอประมาณแล้วยกลง ทิ้งให้ข้าวโพดเย็น นำไปเข้าเครื่องบดให้ละเอียด หรือเครื่องปั่นน้ำผลไม้ก็ได้ แล้วใช้ผ้าขาวบางกรอง สิ่งที่จะได้คือน้ำนมข้าวโพดสีขาวขุ่นคล้ายน้ำนมถั่วเหลือง พร้อมกลิ่นหอมกรุ่นของข้าวโพด จากนั้นเป็นการปรุงรสชาติ สำหรับข้าวโพด 5 กิโลกรัม อาจต้องใช้น้ำตาลทรายประมาณ 750 กรัม เกลือ 2 ช้อนชา หากอยากเพิ่มความหอมอาจใช้ใบเตยสดทั้งใบ ล้างให้สะอาดใส่ลงไปในหม้อต้มน้ำนมข้าวโพด นำไปตั้งไฟอ่อนถึงไฟกลางแล้วค่อยๆ เคี่ยวไปจนกระทั่งเดือด ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ผู้ประสบความสำเร็จในการขายน้ำนมข้าวโพดบอกว่า เคล็ดลับอยู่ที่เวลาเคี่ยวต้องคอยหมั่นสังเกตอย่าให้น้ำนมข้าวโพดแตกมัน และอย่าเคี่ยวนานเกินไป เพราะความร้อนจะทำให้ความหวานของน้ำนมข้าวโพดหายไป น้ำนมที่ต้มได้ที่แล้ว เมื่อยกลงยังมีอุณหภูมิประมาณ 75 องศาเซลเซียส กรองด้วยผ้าขาวบางอีกครั้งเพื่อเอากากข้าวโพดและแป้งข้าวโพดที่เป็นคาร์โบไฮเดรตออกไปบ้าง คงเหลือแต่แคลเซียม วิตามิน โปรตีน ซึ่งมีคุณค่าทางโภชนาการและมีไขมันต่ำ นำน้ำนมข้าวโพดผ่านการฆ่าเชื้อโดยเทใส่ภาชนะที่เป็นหม้อร้อนในเครื่องพาสเจอร์ไรส์ที่อุณหภูมิ 110 องศาเซลเซียส แล้วไหลผ่านความเย็นทันทีในหม้อเย็นจัด บรรจุขวดสะอาดที่ผ่านการซ่าเชื้อแล้ว (นึ่งฆ่าเชื้อประมาณ 5-10 นาที หรือลวกด้วยน้ำเดือด ทิ้งไว้ให้แห้งก่อนนำมาบรรจุ) ปิดฝาขวดให้แน่น นำไปใส่ในถังน้ำแข็ง เมื่อความร้อนพบกับความเย็นทันทีจะสามารถฆ่าเชื้อได้ระดับหนึ่ง ถือว่าเป็นการพลาสเจอร์ไรส์ได้เช่นกัน ทั้งนี้ หากบรรจุในขวดที่มีขนาด 250 ซีซี …

คุณผู้หญิงแชร์เก็บไว้ใช้เลย ด้วยส่วนผสมนี้ จะช่วยรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำระยะยาวได้แจ๋วมากๆ

หัวไชเท้าช่วยรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำระยะยาวได้ หัวไชเท้า มีสารไกลโคไซด์ (Glycossides) ที่อุดมไปด้วย กรดแอสคอบิก (Ascorbic Acid) และ วิตามินเอ ซึ่งผลการวิจัยออกมา ตรงกันว่า ช่วยลดเรื่อง ฝ้า กระ ได้อย่างเห็นผลชัดเจน โดยเข้าไปยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินที่ร่างกายผลิตออกมามากเกินไป จนกลายเป็น ฝ้า กระ และจุดด่างดำ ในหัวไชเท้ายังมีวิตามินอีกมากมาย มีสารที่ออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์บนผิวหนัง และ ยังมีฤทธิ์เป็นยาปฏิชีวนะโดยธรรมชาติ ลดการอักเสบได้ แต่ข้อเสียของหัวไชเท้าคือมีฤทธิ์ค่อนข้างแรงจึงทำให้แสบร้อนที่ใบหน้าได้ วันนี้เรามีสูตรลดอาการแสบของหัวไชเท้ามาฝากกันค่ะ 1. สูตรหัวไชเท้าคู่กับน้ำผึ้ง ใช้หัวไชเท้าบดผสมกับน้ำผึ้ง พอกหน้า 15-20 นาที ทำให้หน้าชุ่มชื้น ลดอาการแสบระคายเคืองจากหัวไชเท้าได้เป็นอย่างดี 2. สูตรหัวไชเท้าคู่ว่านหางจระเข้ ใช้หัวไชเท้าบด ผสมกับวุ้นว่านหางจระเข้ที่ล้างยางออกแล้ว พอกหน้าทิ้งไว้ 15-20 นาที ควรทำ 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ทำให้หน้าขาวใส ลดรอยฝ้า กระ จุดด่างดำ ได้เป็นอย่างดี 3. สูตรหัวไชเท้าคู่นมสด ใช้หัวไชเท้าบดผสมกับนมสด พอกหน้าประมาณ 15-20 นาที ลดฝ้า …

“หัวหอม+แอปเปิ้ล” กินติดต่อกัน 7 วัน กำจัดไขมัน กระ เซลลูไลท์ ต่อต้านริ้วรอย ให้ดูอ่อนกว่าวัย!

ต้องลอง! แอปเปิ้ล + หัวหอม ผู้หญิงหลายคนชอบบ่นว่าแค่กินน้ำก็อ้วนแล้ว ทั้งลดอาหาร ออกกำลัง กินยาลดความอ้วน พวกเธอลองวิธีต่างๆ มามากมาย แต่ก็ไม่เห็นผลชัดเจน วันนี้จึงขอนำบทความที่เว็บไซต์ต่างประเทศได้แนะนำไว้ คือการ ช่วยลดน้ำหนัก หัวหอมช่วยให้สดชื่น ลดความดันเลือด ป้องกันโรคเบาหวาน ทำให้ระบบเผาผลาญดีขึ้น มันประกอบไปด้วยโปรตีน เส้นใย และวิตามิน เพราะงั้นหัวหอมจึงมีผลในการลดน้ำหนัก หัวหอมเป็นอาหารที่มีเส้นใย ช่วยทำความสะอาดลำไส้ ขับสารพิษ ในขณะเดียวกันก็ช่วยทำให้ผมขาวใส ลดรอยกระ ขับพิษ แอปเปิ้ลมีเพคตินปริมาณมาก มันสามารถช่วยกำจัดสิ่งเจือปนในอาหารและโลหะหนักได้ ส่วนหัวหอมมีไฟตอนไซด์ (Phytoncide) มีผลฆ่าเชื้อแบคทีเรียอย่างรุนแรง สามารถดูดซับโลหะที่เป็นพิษในร่างกายของเราได้ ป้องกันโรคหัวใจ แอปเปิ้ลและหัวหอมอุดมด้วยสารฟลาโวนอยด์ ช่วยปกป้องหัวใจ ป้องกันการเกิดโรคหัวใจ น้ำแอปเปิ้ลหัวหอมปั่น วัตถุดิบ : – หัวหอม ¼ หัว – แอปเปิ้ล ¼ ผล – น้ำผึ้งช้อนใหญ่ ขั้นตอน : 1. ล้างหัวหอมให้สะอาดเอาเปลือกออก 2. ซอยหัวหอมแล้วเอาใส่ไมโครเวฟ 2 นาที 3. เอาแอปเปิ้ลทั้งเปลือกตัดเป็นชิ้นขนาดพอดี 4. เอาหัวหอม …

123...59Page 2 of 59