5 เทคนิคการพูดคุยกับผู้อื่น ให้น่าสนใจและน่าดึงดูดใจมากขึ้นกว่าเดิม

ในโลกแห่งเทคโนโลยีและสมาร์ทโฟนอย่างทุกวันนี้ การติดต่อสื่อสารของคนเราส่วนใหญ่ย้ายไปอยู่บนหน้าจอสี่เหลี่ยมของโทรศัพท์กันจนหมด ปัญหาที่ตามมาก็คือบางครั้งเราพิมพ์ข้อความคุยกัน จนลืมวิธีการและศิลปะในการที่จะพูดคุยกันต่อหน้าให้ดูดี ให้มีสไตล์ที่น่าสนใจและน่าดึงดูดใจ

อาจส่งผลให้การเข้าสังคมทำได้ยากขึ้นเรื่อยๆ โดยที่เราไม่รู้ตัว วันนี้เราจึงอยากจะขอนำเสนอเทคนิคดีๆ ที่จะช่วยเตือนให้คุณรู้ว่าโลกนี้ช่างกว้างใหญ่

และเราควรฝึกฝนที่จะชวนคนอื่นพูดคุยแบบต่อหน้าให้น่าสนใจและน่าดึงดูดใจมากขึ้น อย่าให้ตัวเองถูกดูดไปกับเทคโนโลยีจนกลับมาสู่โลกความเป็นจริงไม่ได้

1. กล่าวคำชมอย่างชาญฉลาด

ผู้ชายที่มีความน่าเคารพนับถือ และได้รับการเกรงใจจากผู้อื่น มักเป็นผู้ชายที่ให้เกียรติ และหยิบยื่นความเคารพนับถือให้ผู้อื่นก่อนเสมอ การกล่าวคำชมจึงเป็นสิ่งที่สร้างเสน่ห์และบารมีให้คุณได้อย่างง่ายๆ โดยที่คุณไม่ต้องวางมาดหรือ “เก๊ก” ให้มากเกินไปแต่อย่างใด

ข้อสำคัญที่คุณควรจำคือควรจะกล่าวคำชมอย่างชาญฉลาดโดยมุ่งเน้นในเรื่องของความสามารถของคู่สนทนา มากกว่าการกล่าวชมรูปลักษณ์ภายนอก

ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย เช่น แทนที่จะบอกว่าเธอยิ้มสวย หรือคุณหุ่นดีมากๆ เปลี่ยนเป็นการชมว่า “คุณพูดถูกนะ ผมเห็นด้วยเลย” หรือ “คุณนี่มีความคิดที่สร้างสรรค์จริงๆ” หรือ “ผมชอบที่คุณมีอารมณ์ขันน่ารักๆแบบนี้” คำชมแบบนี้จะสร้างความประทับใจได้มากกว่า และทำให้คนอื่นๆอยากคุยกับคุณมากขึ้นครับ

2. หลีกเลี่ยงหัวข้อสนทนาที่ “สุ่มเสี่ยง” กับความขัดแย้ง

อันดับหนึ่งเลยคือเรื่อง “การเมือง” ยิ่งในบางสภาวะที่ความคิดเห็นทางการเมืองของสังคมกำลังแบ่งแยกแตกออกจากกันอย่างชัดเจน ประเด็นเรื่องการเมืองควรจะเป็นประเด็นที่เราต้องหลีกเลี่ยงให้ไกลที่สุดเท่าที่จะไกลได้ ความกระอักกระอ่วนจะเกิดขึ้นถ้าในใจของอีกฝ่ายเขาคิดไม่เหมือนกับคุณ

และความเคารพนับถือในตัวคุณก็จะค่อยๆ ลดลงเป็นลำดับ ประเด็นอื่นๆ เช่น ในเรื่องของศาสนา รวมถึงบุคคลสำคัญต่างๆ ที่สุ่มเสี่ยงกับความขัดแย้งก็ควรจะละไว้ไม่เอามาพูดถึงนะครับ

ความจริงมีประเด็นและหัวข้อสนทนาอื่นให้เลือกพูดเลือกถามมากมาย ลองเอามาพูดกับคนอื่นเพื่อสร้างเสน่ห์ให้ตัวเราเอง ดีกว่าไปเสี่ยงกับการโดนเขาเหม็นหน้าเอาได้นะครับ

3. แซว, อำ, หยอกล้อ อย่างเป็นกันเอง และต้องสุภาพ

ไม่มีใครอยากคุยกับคนที่เอาจริงเอาจังและเคร่งเครียดตลอดเวลา ดังนั้นบทสนทนาที่ดีเยี่ยมจึงควรที่จะทำให้ทั้งสองฝ่ายยิ้มและหัวเราะได้เป็นระยะๆ ระหว่างที่พูดคุยกัน ยิ่งในเวลาที่เราคุยกับผู้หญิงที่เพิ่งทำความรู้จักกัน การทำให้เธอยิ้มหรือหัวเราะได้นั้นจะเป็นแต้มต่อที่แสนสำคัญสำหรับการพูดคุยกันในครั้งต่อๆ ไปครับ

ยกตัวอย่างเทคนิคที่ใช้ง่าย (และเราใช้บ่อย) เช่น การอำเรื่องอาชีพการงานที่ทำครับ หากเธอถามว่าคุณทำงานอะไร แทนที่เราจะตอบความจริงตั้งแต่ทีแรก ลองอำด้วยสีหน้าจริงจังและพูดถึงอาชีพแปลกๆ ที่เธอคาดไม่ถึง เช่น “ผมค้ายาบ้า” หรือ “ผมเปิดบ่อนอยู่ปอยเปต” หรือ “ผมเป็นมือปืนรับจ้าง”

ถ้าเธอรับมุกคุณทัน เธออาจจะเล่นต่อด้วยการถามว่าแล้วตอนนี้ธุรกิจเป็นอย่างไรบ้าง? คุณก็ลองสมอ้างต่อไปอีกสักพัก เช่น “ช่วงนี้ตำรวจกวดขันมาก ผมต้องคอยระวังสายสืบที่พยายามสาวถึงตัวผม คุณก็รู้เดี๋ยวนี้ขนยายากขึ้นกว่าเดิมมาก” เป็นต้น ดึงไปสักหน่อยแล้วค่อยเฉลยว่าความจริงแล้วคุณล้อเล่น และบอกอาชีพการงานจริงๆ ของตัวเองไปครับ

การอำหรือล้อเล่นแบบนี้ เป็นการแสดงให้อีกฝ่ายรู้ว่า “คุยกับผมไม่ต้องซีเรียส ผมเป็นคนสบายๆ” เชื่อเถอะว่าใครๆ ก็ชอบคุยกับคนที่ทำให้เรายิ้มได้นะครับ เหนือสิ่งอื่นใดคือต้องอำหรือแซวด้วยความสุภาพ อย่าดูถูกหรือไม่ให้เกียรติคนอื่นเด็ดขาดครับ

4. พยักหน้าเป็นระยะๆ เวลาที่รับฟังผู้อื่นพูด

การพยักหน้ารับเป็นระยะๆ ระหว่างการรับฟังคำพูดจากคู่สนทนา เป็นสิ่งที่ส่งผลทางจิตวิทยา และเป็นภาษากายที่เอาไว้ใช้ “กล่อม” ให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าคุณเห็นด้วย และสนับสนุนความคิดเห็นของคนอื่นเสมอ

แน่นอนว่าโดยธรรมชาติของคนเราย่อมอยากคุยกับคนที่เรารู้สึกว่าเราสามารถเข้าใจกันและกันได้ดีหรือ “พูดจาภาษาเดียวกัน”

ดังนั้นลองฝึกพยักหน้ารับเมื่อฟังความเห็นของคนอื่น บทสนทนาของคุณจะไหลลื่นขึ้น คู่สนทนาจะกล้าออกความเห็นและเป็นฝ่ายพูดมากขึ้น และจะเพิ่มเสน่ห์และความน่าเคารพนับถือให้กับตัวคุณเองได้ด้วยครับ

5. ทำให้คู่สนทนารู้ว่าคุณสนใจในเรื่องของเขาจริงๆ

พยายามเป็นฝ่ายถามคำถาม และแสดงออกให้เขารู้ว่าคุณกระตือรือร้นที่จะรู้จักเขาให้มากกว่าเดิมด้วยการถามคำถามที่ “ต่อยอด” ในเรื่องเดิมไปเรื่อยๆ เพื่อให้อีกฝ่ายเป็นฝ่ายที่พูดและออกความเห็นมากกว่าตัวคุณเอง คล้ายกับการสมมติตัวเองเป็นพิธีกรรายการทอล์คโชว์

จากนั้นก็พยักหน้ารับเป็นระยะตามอย่างที่เราแนะนำไปแล้ว ซึ่งโดยปกติแล้วเมื่อถึงจุดหนึ่งคู่สนทนามักจะถามเรากลับบ้าง เช่น “แล้วคุณล่ะคิดยังไง?” เป็นต้น คุณก็สามารถใช้เทคนิคคล้ายๆ กับการอำเรื่องอาชีพการงานที่เรายกตัวอย่างไป มาอำในเรื่องความเห็นของคุณต่อได้

เช่น ลองตอบคำถามด้วยความคิดเห็นที่ประหลาดๆ ด้วยสีหน้าที่จริงจัง ให้ประหลาดถึงขั้นที่ยังไงๆ อีกฝ่ายต้องรู้ว่าคุณอำแน่นอน จากนั้นค่อยเฉลยทีหลัง การทำซ้ำๆ ไปเรื่อยแบบนี้อย่างเป็นธรรมชาติ จะทำให้คุณเป็นผู้ชายดูน่าสนใจ และดูเป็นผู้ชายที่ Cool ด้วยความสบายๆ และเป็นกันเองในสายตาของคู่สนทนาได้อีกด้วยครับ

แหล่งที่มา: mendetails.com

Leave a Reply

Your email address will not be published.