ยาพาราทิ้งไป ยาเขียวไทย ถูกและดีต่อตับมากกว่า มีดีกว่าเยอะ!

หากเราเป็นไข้ ปวดหัว ปวดท้อง ปวดเนื้อปวดตัว ตามประสาคนไทยก็คงนึกถึงแต่พาราเซตามอลขนาด 500 mg. แต่รู้มั้ยว่าเจ้ายาพาราชนิดนี้ ‘มีผลเสียต่อตับมากกว่าผลดี’

ในต่างประเทศเลยรณรงค์ไม่ให้กินยาพาราพร่ำเพรื่อกันแล้วนะ แต่เราคนไทยก็ไม่ต้องคิดเยอะว่าถ้าไม่มีพาราแล้วต่อไปจะกินอะไรแก้ปวดได้ มีความรู้จากเพจ สมุนไพรหมอศุภ ที่ได้เผยว่า ‘ยาเขียว’ บ้านเรานี่แหละ ทดแทนยาพาราได้แน่นอน

ยาเขียวเป็นตำรับยาไทย ตามองค์ความรู้ของแพทย์แผนไทย หรือหมอพื้นบ้าน ที่มีการใช้กันมานานหลายทศวรรษ และเป็นตำรับที่ยังมีการผลิตขายทั่วไปตราบจนปัจจุบัน ประชาชนทั่วไปในสมัยก่อนจะรู้จักวิธีการใช้ยาเขียวเป็นอย่างดี กล่าวคือ มักใช้ยาเขียวในเด็กที่เป็นไข้ออกผื่น เช่น หัด อีสุกอีใส เพื่อกระทุ้งให้พิษไข้ออกมา เป็นผื่นเพิ่มขึ้น และหายได้เร็ว

เนื่องจากตำรับมีองค์ประกอบเป็นดอกไม้ 4 ชนิด ได้แก่ พิกุล บุนนาค สารภี เกสรบัวหลวง ซึ่งมีละอองเรณูผสมอยู่ ดังนั้น จึงหลีกเลี่ยงในผู้ที่มีประวัติการแพ้ละอองเกสรดอกไม้

นอกจากนี้ยังไม่เคยมีรายงานความปลอดภัยในกลุ่มคนไข้เลือดออก อีกทั้งสมุนไพรส่วนหนึ่งมักมีรายงานการยับยั้งการจับตัวของเกล็ดเลือด หรือละลายลิ่มเลือด เช่น พรมมิ2 เพื่อความปลอดภัยจึงไม่ควรใช้ในผู้ที่สงสัยว่าเป็นไข้เลือดออก เนื่องจากอาจบดบังอาการ

ทางเพจ สมุนไพรหมอศุภ ยังบอกเคล็ดลับการแก้คัดจมูกมาด้วย วิธีง่ายๆ บ้านๆ คนเฒ่าคนแก่ใช้มานานนมนั่นก็คือการทุบหอมแดง 2-3 หัว ใส่แก้ว เติมน้ำร้อน แล้วเอามาดมแทนการกินยา จมูกโล่งเฉยเลย!

สรุปได้ว่า

ยาเขียวเป็นยาที่ใช้กันมานาน และเป็นมรดกทางการแพทย์แผนไทยที่ควรสืบทอด พร้อมกับศึกษาทางคลินิก หรือการรวบรวมข้อมูลการใช้อย่างต่อเนื่อง เพื่อการใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ต่อไป

ของไทยก็มีดี อย่ามองกันไปไกล!

แหล่งที่มา :  Gangbeuaty, pharmacy.mahidol.ac.th

Leave a Reply

Your email address will not be published.