ผลิตยังไงก็ไม่พอขาย “จานกาบหมาก” สุดยอดไอเดีย ออร์เดอร์ทะลัก

“ใบกาบหมาก” ที่แห้งกรอบดูไม่มีราคาไม่สามารถทำอะไรได้ ถูกคุณสุมาลี ภิญโญ หญิงสาวโคราช คิดค้นนำมาสร้างแบรนด์ ‘วีรษา’ (VEERASA) เพิ่มมูลค่าและออกแบบให้เป็นภาชนะใส่อาหารได้ทั้งคาว และหวาน ขายได้เฉลี่ยใบละ 5 – 9   บาท กลายเป็นวัสดุธรรมชาติที่หายาก ถูกอกถูกใจคนรักษ์โลก รักสิ่งแวดล้อมไปซะแล้ว ภายในระยะเวลาเพียงปีกว่าก็สามารถส่งขายท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต 50 สาขา กำลังการผลิตเดือนละ 5 หมื่นชิ้น และเป็นที่ต้องการของลูกค้าต่างชาติอย่างมาก

รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบ

จานกาบหมาก เจ้าแรกของประเทศไทย

คุณสุมาลี ภิญโญ  เท้าความว่า เมื่อ พ.ศ.2539 ในตอนนั้นได้รับมอบหมายให้จัดงานเลี้ยงอาหารขันโตก ที่อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา งานประเพณีภาคอีสานซึ่งจะต้องนั่งกินอาหารกับพื้นในช่วงค่ำ และในสมัยนั้นภาชนะบรรจุอาหารเป็น “โฟม” ซึ่งดูแลมันสวนทางกับธีมของงานย้อนยุค อีกทั้งโฟมเป็นขยะกำจัดยากมากๆ และปีต่อมาก็ได้เปลี่ยนไปใช้กระทงใบตอง แต่ใบตองใส่อาหารได้น้อย ใส่อาหารที่มีน้ำก็รั่วซึม แถมฉีกขาดง่าย ณ เวลานั้นยังคิดหาวิธีไม่ได้ จนกระทั่งมาเจอใบกาบหมากจากต้นหมาก โดยทดลองนำมาขึ้นรูปเป็นจาน ชาม ปรากฏว่าใส่อาหารได้ทุกเมนู จากนั้นก็ค่อยๆ ต่อยอดเรื่อยมาจนกลายเป็นธุรกิจจนถึงปัจจุบัน

รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบ

วันที่คุณสุมาลีเจอใบกาบหมาก เธอบอกว่า เห็นร่วงอยู่ที่พื้น แล้วโดยปกติจะนำไปเผา แต่จากการสังเกตเห็นว่าใบไม้ชนิดนี้มีลักษณะแข็ง เลยลองให้สามีเดิมเป็นช่างอยู่แล้ว ขึ้นรูปเป็นจาน ปรากฏว่าใส่อาหารร้อนหรือเย็นได้ ใส่น้ำได้แถมไม่รั่ว อีกทั้งเข้าไมโครเวฟได้ เลยทำขายตั้งแต่ปี 2540 ค่อยๆ จนพัฒนาเรื่อยมา กระทั่งปี 2547 ส่งเข้าประกวดสินค้าโอท็อปได้ 4 ดาว หลังจากนั้นไปขายที่งานโอท็อป เมืองทองธานี ขายดิบขายดี สินค้าไม่พอขาย จึงได้ทำตามออร์เดอร์เท่านั้น

รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบ

“เขตอำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา ชาวบ้านนิยมปลูกต้นหมากกันจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะเก็บแต่ลูกหมากไปเคี้ยว ส่วนกาบหมากหรือใบมักจะถูกทิ้ง หรือนำไปเผา  ดิฉันนำมาทดลองทำภาชนะ โดยคิดค้นเครื่องจักรปั๊มขึ้นรูปโดยใช้ความร้อน และก็สามารถผลิตกาบหมากออกมาเป็นภาชนะรูปแบบต่างๆ”

รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบ

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา “จานกาบหมาก” ของคุณสุมาลีก็ค่อยๆ เป็นที่รู้จักมากขึ้น จนมาถึงปี 2558 เจ้าของเริ่มสร้างแบรนด์ ใช้ชื่อ ‘วีรษา’ (VEERASA) ซึ่งชื่อนี้ได้มาจากชื่อของคุณปู่ และคุณย่า รวมกัน “วีระ+อุษา” ซึ่งหญิงสาวมองว่าเป็นชื่อที่จดจำได้ง่าย ชาวต่างชาติก็ออกเสียงได้ไม่ยาก

“จานกาบหมากวีรษา แม้จะขายมานานตั้งแต่ปี 47 แต่เป็นที่รู้จักในตลาดวงกว้าง เมื่อปี 60 อาศัยการออกบู๊ธอย่างสม่ำเสมอและลูกค้าบอกปากต่อปาก ขนาดมีลูกค้าต่างชาติบินมาสั่งที่โรงงาน อาทิ  ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ประเทศอังกฤษ”

 

ภาชนะรักษ์โลกโดนใจต่างชาติ

ผลจากการออกบู๊ธอย่างต่อเนื่อง และลูกค้าบอกต่อ “จานกาบหมาก” มีออร์เดอร์เพิ่มมากขึ้น แต่ทว่าโรงงานไม่สามารถผลิตสินค้าได้ทันกับความต้องการ เพราะเครื่องจักรมีตัวเดียว ในปี 2560 คุณสุมาลี บอกว่า ตัดสินใจขอสินเชื่อจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร   (ธ.ก.ส.) ผ่านโครงการสินเชื่อ 1 ตำบล 1 SMEs เกษตร จำนวน 9 แสนบาท โดย บสย.ค้ำประกันเต็มวงเงิน ระยะเวลา 7 ปี ผ่านโครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs ทวีทุน (PGS6) ปรับปรุงใหม่ เพื่อลงทุนซื้อเครื่องจักร และเครื่องมือในการผลิตภาชนะจากกาบหมากเพิ่ม เพื่อขยายกิจการ

“สำหรับเอสเอ็มอีรายเล็กๆ ที่เพิ่งเริ่มต้นทำธุรกิจ ไม่มีหลักทรัพย์ ปรึกษาธนาคารเพื่อขอวงเงินสินเชื่อ แล้ว ให้ บสย. มาช่วยค้ำประกัน ก็เป็นทงเลือกที่ดีกว่าไปกู้เงินนอกระบบ”

รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบ

ผลของการซื้อเครื่องจักรดังกล่าว คุณสุมาลี กล่าวว่า บริษัทสามารถเพิ่มศักยภาพผลผลิต ทำให้มีสินค้าออกสู่ตลาดมากขึ้น โดยปัจจุบันกำลังการผลิตอยู่ประมาณ 5-6 หมื่นชิ้นต่อเดือน

ส่วนจุดเด่นของภาชนะจากกาบหมาก เจ้าของสินค้า ระบุว่า มาจากธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ ปราศจากสารเคมีและการฟอกสี เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่แตกหักง่าย น้ำหนักเบา ใส่อาหารได้ทุกเมนู ใส่ของเหลวได้ เข้าเตาไมโครเวฟได้ ไม่อ่อนตัว ทนความร้อนได้ดี มีกลิ่นหอม และลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ย่อยสลายได้เองใน 45 วัน

ด้าน “กาบหมาก” ที่นำมาใช้นั้น คุณสุมาลี ระบุว่า อายุ 3-5 ปีขึ้นไป ต้นหมาก 1 ต้น จะมีกาบหมากตลอดทั้งปีจำนวน 15 กาบ และกาบหมากที่มีความสมบูรณ์จะร่วงจากต้นเอง

รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบ

ผลิตเท่าไหร่ไม่เคยพอขาย

ในส่วนของขั้นตอนการทำคือ นำกาบหมากที่ร่วงจากต้น เลือกขนาดที่ต้องการมาล้างให้ความสะอาด ให้ดินโคลนออกทั้งหมด ตากแดดจนแห้งสนิท จากนั้นนำเข้าเครื่องจักรความร้อนสูงปั๊มแบบลงไป ตัดแต่งให้สวยงาม ความพิเศษของบรรจุภัณฑ์จานกาบหมาก คือ มีความแข็งแรง แต่ควรใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง เพราะหากโดนน้ำแล้วตากไม่แห้งจะชื้น มีเชื้อรา

ด้านวัสดุที่คุณสุมาลีใช้ ส่วนหนึ่งก็มาจากการปลูกเอง อีกส่วนก็รับซื้อจากเกษตรกรซึ่งจะรับซื้อราคากิโลกรัมละ 8 บาท และเนื่องจากวัสดุก็ยังไม่พอต่อความต้องการ หญิงสาวเลยส่งเสริมให้เกษตรปลูกหมากโดยการจะรับซื้อทั้งหมด  ดำเนินการแล้วที่ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง โดยพื้นที่ 1 ไร่ สามารถปลูกต้นหมากได้ประมาณ 1,000 ต้น พร้อมยกระดับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้

 

ติดต่อ บริษัท ภิญโญวานิช จำกัด โทร. 089-579-2112

เรียบเรียงโดย : หลิวหล่าวซือ

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *