โปรดทราบ!! เลือดเลี้ยงสมองไม่ดี ความจำเสื่อม นอนไม่ค่อยหลับ กระชายปั่นกับใบโหระพา ผสมน้ำผึ้ง + น้ำมะนาว ช่วยได้  

น้ำกระชายโหระพาเพื่อสุขภาพ

น้ำโหระพากระชาย ตามคำบอกกล่าวของ อาจารย์ สุทธิวัสส์ คำภา บอกไว้ว่า ไม่ต้องต้มเพราะมันฆ่าเชื้อด้วยตัวเอง เก็บไว้ได้เป็นเดือน กระชายบำไรุงไตได้ดีที่สุด ใช้กระชายดำหรือกระชายเหลืองก็ได้

กระชายปั่นกับใบโหระพา ผสมน้ำผึ้ง น้ำมะนาว ดื่มบำรุงสมอง บำรุงกระดูก เลือดเลี้ยงสมองไม่ดี ความจำเสื่อม นอนไม่ค่อยหลับ จะช่วยได้ แล้วผมจะดกดำกลับมาใหม่

ซึ่งท่านใช้ประสบการณ์ของท่านเองว่าผมกลับมาดกดำได้ผลจริง จากที่เคยผมร่วงผมหงอก หัวล้าน และยังบอกอีกว่าไม่ควรย้อมสีผมหรือโกรกผม เพราะสารเคมีพวกนี้มีพิษต่อตับ ให้ดื่มน้ำกระชายกับใบโหระพา

สูตรของ อ.สุทธิวัสส์ คำภา

1. กระชายเหลือง 1 กก.

2. ใบโหระพา 1 กำ

ปล. ใส่น้ำเยอะๆ ปั่นผสมกับโหระพา รินเอาแต่น้ำ ทำมากๆ แล้วเก็บใส่ตู้เย็น

วิธีทำ 

1. นำกระชายและโหระพา 2 อย่างๆ ละกำมือ และน้ำดื่มสะอาดประมาณ 1 ลิตร

2. ปั่นแล้วกรอง ถ้าไม่มีเครื่องปั่นก็ตำให้ละเอียดผสมน้ำแล้วกรอง ผู้อยู่ต่างประเทศหรือห้องพักที่ไม่มีครกก็ห่อผ้าหรือถุงแล้วทุบๆๆๆ ให้แหลก ผสมน้ำดื่มสะอาดแล้วกรองก็ได้เช่นกัน

3. ไม่ต้องเพื่มความหวาน 2 อย่างเท่านั้น น้ำกระชาย โหระพา ก็ดื่มได้ง่าย แต่ดื่มบ่อยๆ ไม่ควรใส่แต่ละอย่างมากเกินไป

4. ทำสดๆ ดื่มทุกวันได้ยิ่งดี แต่สมุนไพรทั้ง 2 อย่างนี้ถ้าไม่มีเวลาทำครั้งเดียวมากต่อครั้งก็เก็บแช่เย็นไว้ดื่มได้หลายวันไม่เสียค่ะ ดื่มได้ชื่นใจ

หมายเหตุ: ผู้ที่ไม่มีปัญหาเรื่องระวัง น้ำตาล น้ำผึ้ง ฯ ก็เพิ่มได้ตามชอบนะคะ

สรรพคุณของกระชาย

กระชาย หัวละแอน (เหนือ), ขิงแดง ,ขิงทราย (อีสาน)

เหง้า – รสเผ็ดร้อนขม แก้โรคเกิดในปาก แก้มุตกิต แก้ลมอันบังเกิดแก่กองหทัยวาย แก้ปากเปื่อย ปากแตกเป็นแผล ขับระดูขาว แก้ใจสั่น แก้ปวดมวนในท้อง แก้บิดมูกเลือด แก้ปวดเบ่ง รักษาลำไส้ใหญ่อักเสบ บำรุงกำลัง

ราก (นมกระขาย) – รสเผ็ดร้อนขม แก้กามตายด้าน ทำให้กระชุมกระช่วย บำรุงความกำหนัด มีสรรรพคุณคล้ายโสม

(ขอบคุณสรรพคุณกระชาย จากหนังสือเภสัชกรรรมไทย โดย วุฒิ วุฒิธรรมเวช)

กระชาย

มีแคลเซียมสูง มีวิตามินบี ๑, บี ๓, บี ๖ ช่วยบำรุงสมอง ทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองส่วนกลางดีขึ้น ป้องกันหัวล้าน ป้องกันผมหงอกก่อนวัย ฟื้นฟูเส้นผมให้กลับมาดกดำเป็นหนุ่มสาวอีกครั้งหนึ่ง

ช่วยฟิ้นฟูต่อมไร้ท่อต่างๆ เช่น ต่อมไทรอยด์ ต่อมใต้สมอง ต่อมหมวกไต ป้องกันไทรอยด์เป็นพิษ ช่วยบำรุงหัวใจ ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรง เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงหัวใจดีขึ้น ช่วยปรับสมดุลความดันโลหิต

สำหรับคนเป็นความดันสูง กินน้ำกระชายคุมไว้ความดันจะปกติ ส่วนคนที่เป็นความดันต่ำจะอันตรายกว่าเพราะอาจช็อกได้ง่าย

น้ำกระชายก็จะปรับให้สมดุลพอดี ช่วยบำรุงตับ ไต ให้แข็งแรง ช่วยบำรุงเส้นเอ็นให้แข็งแรง กระดูกไม่แตกเปราะง่าย ป้องกันกระดูกพรุน ดูแลระบบเพศ มดลูก รังไข่ กระเพาะปัสสสาวะ ต่อมลูกหมาก ดูแลหูรูดกระเพาะปัสสาวะให้แข็งแรง ช่วยขับน้ำคาวปลาสำหรับสตรีหลังคลอดบุตร

ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนเพศหญิง (เอสโตรเจน) และฮอร์โมนเพศชาย (เทสโทสเตอโรน) ซึ่งมีอยู่ในร่างกายของทุกคน ผู้หญิงถ้ามีฮอร์โมนเอสโตรเจนมากเกินไปจะเป็นมะเร็งเต้านม

แต่ถ้ามีน้อยเกินไปก็จะเป็นมะเร็งปากมดลูก ส่วนผู้ชายถ้าดื่มน้ำกระชายเป็นประจำ จะช่วยป้องกันต่อมลูกหมากโต ลดความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก

(ขอบคุณประโยชน์ ฯ กระชาย จากหนังสือสูตรเด็ด โดย อ.สุทธิวัสส์ คำภา ฉบับสีเขียว )

สรรพคุณ โหระพาลดน้ำตาลในเลือด/ลดความดันโลหิตสูง

โหระพา ชื่ออื่นๆ ห่อกวยซวย , ห่อวอซู , อิมคิมขาว

ใบ – ขับลม แก้ไอ แก้สะอึก แก้ลมวิงเวียน ลดน้ำตาลในเลือด

เมล็ด – ยาระบาย แก้บิด

ทั้งต้น – ขับลม แก้ปวดหัว แก้หวัด แก้ปวดกระเพาะ แก้ปวดประจำเดือน

วิธีใช้ 

– นำทั้งใบ/ต้น 1 กำมือ ต้มน้ำดื่มเช้า- เย็น ก่อนอาหาร หรือนำใบมาปรุงเป็นอาหาร

– ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา ต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านเชื้อรา ยับยั้งมะเร็ง ลดความดันโลหิต แก้ปวด

รายงานผลการทดลอง Hideyuki Matsunra ( ค.ศ 2003) ประเทศญี่ปุ่น

– สารสกัดจากใบโหระพา ลดน้ำตาลในเลือดได้

– สารสกัดจากใบและต้นโหระพา ลดความดันโลหิตสูงได้

รายงานผลการทดลอง

– ค.ศ 1990 ในประเทศไทย มหาวิทยาลัยมหิดล

– ถนอมเกียรติ ( 1979) ในประเทศไทยมหาวิทยาลับจุฬาลงกรณ์

– Ojewok JAO และคณะ (1982) ในประเทศไนจีเรีย พบมีฤทธิ์ ขับปัสสาวะ และลดความดันโลหิตสูงได้

สมุนไพรทั้งกระชายและโหระพา บางบ้านปลูกไว้ก็ยิ่งดีสดๆ จากต้นใส่ปุ๋ยธรรมชาติ ปลูกเองกินเองเยี่ยมค่ะ สำหรับกระชายดำนั้นฤทธิ์จะแรงกว่า ไม่ว่าหญิงหรือชาย ใช้กระชายดำมาเป็นอาหาร ควรจะพอดีๆ ต่อครั้งนะคะ

ด้วยความปรารถนาดี กานดา แสนมณี/kandanalike

ขอขอบคุณ : โหระพาบำบัดเบาหวานและลดความดันโลหิตสูง จากหนังสือ สมุนไพรบำบัดเบาหวาน และสมุนไพรลดความดันโลหิตสูง
เรียบเรียงโดย : เภสัชกรหญิงจุไรรัตน์ เกิดดอนแฝก

Leave a Reply

Your email address will not be published.